พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เมืองมึนสเตอร์

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เมืองมึนสเตอร์
LWL-Museum für Naturkunde, Westfälisches Landesmuseum mit Planetarium
LWL-Museum of Natural History, Westphalian State Museum and Planetarium

วันก่อนครับ มีพิธีเปิดโซนไดโนเสาร์ซึ่งเป็นโซนใหม่ของมิวเซียมธรรมชาติวิทยาของเมืองมึนสเตอร์ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในรัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเล่น อยู่แถวๆตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนีครับ จริงๆน่าจะเป็นมิวเซียมของแถบนี้มากกว่าแฮะถ้าแปลตามชื่อ คือมิวเซียมแห่ง”รัฐ”เวสต์ฟาเล่น ขึ้นชื่อว่ามิวเซียมธรรมชาติวิทยาก็แน่นอนครับว่านอกจากมีการจัดแสดงฟอซซิลแล้ว ก็มีพวกสัตว์สตัฟฟ์ ดินหินอวกาศ เทคโนโลยี และยังมีPlanetarium ซึ่งเป็นห้องดูหนังสารคดีแบบรอบทิศทางด้วยครับ (คล้ายๆท้องฟ้าจำลอง แต่เล็กๆหน่อยไม่ใหญ่มากครับ^^) พอมีพิธีเปิด ที่แลบก็เลยไปร่วมงานกันเกือบหมดครับ ข้าวฟรีเบียร์ฟรี อิอิ ข้างในจัดได้ค่อนข้างดีอลังการ มีทั้งไดโนเสาร์ชื่อดังจากอเมริกาผสมฟอซซิลที่เจอในแถบนี้(รัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเล่น) ส่วนใหญ่แถวนี้เจอพวกสัตว์เลื้อยคลานในทะเลครับ เพราะที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ก็มีพวกฟอซซิลช้าง แรด วัวโบราณ ที่มิวเซียมนี้มีการทำวิจัยร่วมกับที่แลบผมด้วย ก็เลยมีงานวิจัยของที่แลบบางส่วนมาจัดแสดงด้วยครับ ตอนแรกคิดว่าจะเล็กกว่านี้แฮะแต่เอาเข้าจริงตระการตามากครับ^^

รูปแรก ทีเร็กซ์

IMG_8722

ฟอซซิลสัตว์เลื้อยคลานยุคไตรแอสสิค ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อIMG_8724

บรรพบุรุษวาฬครับ ปากีเซตุส และแอมบูโลเซตุสIMG_8757

ข้างหน้าเป็นวาฬเสปิร์ม ข้างหลังคือบาซิโลซอรัส IMG_8729

เวสต์ฟาเลียซอรัส สัตว์เลื้อยคลานในทะเลกลุ่มเพลสิโอซอร์ พบที่นี่ ผลงานวิจัยร่วมของอาจารย์ผมกับนักวิจัยของมิวเซียมนี้ครับIMG_8730

อันนี้ก็เป็นเพลซิโอซอร์ ผลงานวิจัยของเด็กป.ตรีที่แลบครับIMG_8766

งานวิจัยของที่แลบ ศึกษาอัตราการเจริญเติบโตของไดโนเสาร์ด้วยเทคนิก bone histology หรือการนับ”วงปี”ของกระดูกตามขวางIMG_8731

อัลโลซอรัสIMG_8736

ห้องโถงใหญ่ครับ มีอัลโลซอรัสทางซ้าย คามาราซอรัสตัวใหญ่ตรงกลาง และสเตโกซอรัสทางขวาIMG_8740

ฟอซซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมIMG_8746

สเตโกซอรัสIMG_8747

ทาร์โบซอรัสจากมองโกเลียIMG_8748

กะโหลกคามาร่าซอรัสIMG_8751

กินผักๆ

IMG_8754

ทีเร็กซ์อีกสักรูป IMG_8755

ไดโนเสาร์คืออะไร?

IMG_8759

Advertisements

หนังสือในดวงใจ ๑)

ตามรอยไดโนเสาร์ : มุมมองใหม่ต่อโลกโบราณ / Tracking dinosaurs : a new look at an ancient world

ผู้แต่ง Martin Lockley ; ผู้แปล พรชัย เลาหะโรจนพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

หนังสือแปลกึ่งวิชาการที่เล่าเรื่องงานวิจัยรอยเท้าไดโนเสาร์ได้สนุกและเข้าใจง่าย พูดถึงความสำคัญของศาสตร์ด้านนี้และข้อมูลที่เราจะได้จากการศึกษารอยเท้า (จริงๆต้องใช้คำว่ารอยตีนครับตามราชบัณฑิตยสถาน) ผมได้อ่านครั้งแรกที่ ม.เกษตร เพราะเพื่อนผมแนะนำให้อ่าน อ่านสนุกคืนเดียวรวดเดียวจบทั้งๆที่ไปหาเพื่อนเพราะกะจะสังสรรค์(เมา)ซะหน่อย ฮ่าา หรือตอนนั้นอ่านตอนเมาๆนะ @.@ ห้องสมุดคณะวิทย์มหิดลไม่มีครับไม่เคยเจอ ลองหาในเนทเจอแต่ห้องสมุดกลางที่ศาลายา ตอนนั้นผมเพิ่งเข้าวงการนี้ได้ใหม่ๆและมองว่างานด้านรอยเท้านี้ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่พออ่านเล่มนี้แล้ว โอ้โหมันเปิดกะลาน้อยๆของเราแฮะ ^^ และเป็นแรงบันดาลใจอย่างดี อยากเห็นหนังสือกึ่งวิชาการแบบนี้ที่บ้านเราเยอะๆครับโดยเฉพาะในศาสตร์ด้านนี้ ตอนนี้ที่บ้านมีแต่ฉบับถ่ายเอกสารไม่รู้ปลวกแทะไปหรือยังอยากหาซื้อแต่หาข้อมูลไม่เจอ กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อฉบับภาษาอังกฤษมาเก็บไว้ดีไหมหรือมันจะรกห้องเสียเปล่าๆ ส่วนรูปประกอบเอามาจากเนทเด้อครับ

ตามรอยไดโนเสาร์

ครบสองปีสะตอซอรัส

ครบสองปีกับการใช้ wordpress : )

และก็คงครบสองปีกับ devianart ด้วยสินะ

ตอนนั้นก่อนเปิดเทอม สาวที่จีบอยู่ จู่ๆก็หายไป เลยต้องหาอะไรทำแก้เซ็ง ก็ไปลงที่การวาดรูปฟอซซิลจระเข้เมืองไทยนี่แหละ พอวาดเสร็จจะเอาไปไว้ที่ไหนดีล่ะ แปะในเฟสไม่นานก็คงหายไปและสืบหาจากกูเกิ้ลไม่ได้ด้วย สุดท้ายก็เลยมาลงที่สองเวนี้ล่ะครับ haha

Thai Crocs
Thai Crocs

Ichthyovenator New Materials

ชิ้นส่วนเพิ่มเติมของอิกทีโอเวเนเตอร์

Ichthyovenator laosensis Allain et al., 2012 เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อตระกูลสไปโนซอริเด้ จากยุคครีเตเซียสตอนต้น พบที่แขวงสะหวันนะเขด ประเทศลาว (สปป. ลาว) โดยชิ้นส่วนที่พบและมีการรายงานในปี 2012 นั้นประกอบไปด้วย กระดูกสันหลังส่วนหลัง กระดูกสันหลังส่วนสะโพก กระดูกสันหลังส่วนหาง และกระดูกสะโพก ในปลายปี2014นี้ครับ ที่งานประชุมวิชาการ SVP: Society of Vertabrate Paleontology ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลีน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีต้นเดื่อนพฤษจิกายนนี้ จะมีการรายงานการค้นพบชิ้นส่วนใหม่ของอิกทีโอเวเนเตอร์เพิ่มเติม ประกอบไปด้วย กระดูกส่วนคอ กระดูกสันหลังชิ้นแรก และกระดูกหางอีกหลายชิ้นครับ เดี๋ยวรายละเอียดเป็นอย่างไร ผมจะมารายงานหลังจากไปร่วมประชุมนะครับ

เกือบลืม รายงานเบื้องต้นบอกว่า อิกทีโอเวเนเตอร์นั้นอยู่ใกล้ชิดกับสไปโนซอรัสมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน และอาจจะอยู่ในตระกูลย่อยสไปโนซอรินี่ มากกว่าบารายโอนายคินี่ครับ ก็อาจเป็นไปได้ว่า อิกทีโอเวเนเตอร์อาจจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายไปทางสไปโนซอรัส คือเป็น semi-aquatic มากกว่าญาติอย่าง บารายโอนิคและซูโคไมมัสครับ รูป reconstruction ที่ผมวาดไว้นี่ คงจะต้องเปลี่ยนไปแน่ๆครับไม่ช้าก็เร็ว ที่แน่ๆคือเพิ่มกระดูกส่วนที่พบเพิ่มเติมเข้ามาด้วยครับ

cropped-ichthyovenator-laoensis1.jpg
อิกทีโอเวเนเตอร์ ลาวเอนซิส Reconstruction ver.1
สไปโนซอรัส อียิปติคัส Ibrahim et al., 2014
สไปโนซอรัส อียิปติคัส
Ibrahim et al., 2014

อ้างอิง

Allain, R. 2014. NEW MATERIAL OF THE THEROPOD ICHTHYOVENATOR FROM BAN KALUM TYPE LOCALITY (LAOS): IMPLICATIONS FOR THE SYNONYMY OF SPINOSAURUS AND SIGILMASSASAURUS AND THE PHYLOGENY OF SPINOSAURIDAE. Journal of Vertebrate Paleontology, SVP Program and Abstracts Book, pp78.

One Dino One Growth Rate

One individual has one growth rate!

ใช้ศึกษาว่า ฟอซซิลบางชิ้นเช่น หน้าแข้งซ้ายกับขวานั้น เป็นของสัตว์ตัวเดียวกันหรือไม่ เราก็จับมันมาตัดตามขวาง เอาไปส่องวงเจริญเติบโตในกล้องจุลทรรศน์ นับอัตราการเจริญเติบโต ที่คล้ายๆวงปีในต้นไม้ เพราะหลักการคือ สิ่งมีชีวิตชนิดใดๆก็ตามนั้น จะมีค่าอัตราการเจริญเติบโตเดียวกันครับ เช่น ถ้าเราศึกษา”วงปี”ในกระดูกหน้าแข้งข้างซ้ายของไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง ผลที่ได้ออกมาก็ควรจะและน่าจะเท่ากับค่าที่ได้จากการศึกษาวงปีจากหน้าแข้งข้างขวาครับ

allosaurus_press
ภาพจาก: http://scienceblogs.com/tetrapodzoology/2008/01/15/teenage-pregancy-in-dinosaurs/

กลุ่ม A หรือกลุ่ม B?

บันทึกชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกสาขาบรรพชีวินวิทยา ณ ดินแดนเยอรมัน ๒)

ตอนแรกตั้งสมมติฐานไว้ว่าไดโนเสาร์ตัวนี้น่าจะอยู่ในกลุ่ม A มากกว่ากลุ่ม B แน่ๆ และคาดว่าผลจะออกมายืนยันงานวิจัยที่ออกมาก่อนหน้า คืออยู่กลุ่มนี้ไม่ก็ใกล้เคียงล่ะ ก็รวบรวมเอกสารอ้างอิงทั้งหลายแหล่ที่เกี่ยวกับกลุ่ม A

พอผลการศึกษาออกมา ว่ามันน่าจะอยู่ในกลุ่ม B มากกว่า สิ่งที่ต้องทำคือ
check and recheck and.. recheck
หาวิธีการหรือข้อมูลมาประมวลผลใหม่
และ
รวบรวมเอกสารอ้างอิงไดโนเสาร์ในกลุ่ม B เพิ่ม!!! >w<

และ

หาเหตุผล(ใหม่)มาแถ… = =

 

ราตรีสวัสดิ์

 

ทีโนฟอร่า หวีวุ้นปริศนา

สมันตอนเด็กๆก็เรียนมาว่า พวกทีโนฟอร่า (Ctenophora) หรือหวีวุ้นนี้ เป็นสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแมงกระพรุนหรือไนดาเรีย (Cnidaria) รวมกันอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ซีเลนเทอราตา (Coelenterata) แต่จากงานวิจัยของทีมจากอเมริกานี้พบว่า ทีโนฟอร่าเป็นกลุ่มที่แยกออกไปจากสัตว์ทั้งหมด เอ่อ อธิบายลำบาก ดูตามรูปเลยครับ

และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ วิวัฒนาการของระบบประสาท ทีมวิจัยตั้งทฤษฎีว่า พวกทีโนฟอร่า ได้วิวัฒน์ระบบประสาทขึ้นมาต่างหากจากสัตว์อื่นๆที่เหลือ การศึกษาเจ้าสัตว์กลุ่มนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจพันธุกรรมโบราณที่อาจสูญหายไปในสัตว์กลุ่มอื่นๆครับ

Moroz et al 2014
แผนผังแสดงสายสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักสัตว์

อ้างอิง

http://www.nature.com/nature/journal/v510/n7503/full/nature13400.html

อ่านเพิ่มเติม

http://www.plosone.org/article/info%3Adoi%2F10.1371%2Fjournal.pone.0102976