ไก่คือไดโนเสาร์

นกคือไดโนเสาร์ หรือจะให้ถูกก็คือนกคือไดโนเสาร์กลุ่ม theropods ก็เหมือนกับที่ค้างคาวคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือมนุษย์คือไพรเมท (สัตว์ตระกูลลิง) ครับ เรื่องนี้ได้รับการศึกษาและยอมรับกันมานานแล้ว และ T. rex ก็ไม่ใช่บรรพบุรุษนก แต่พวกมันมีบรรพบุรุษร่วมกัน เหมือนที่คนไม่ได้วิวัฒนาการมาจากลิง แต่เรามีบรรพบุรุษร่วมกันกับลิงนั่นเองครับ

เกล็ดหรือขน หรือทั้งสองอย่าง?

จากรูปข้างล่างนี่คือแผนผังสายสัมพันธ์และวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มกินเนื้อ และร่องรอยหลักฐานที่บ่งบอกการมีอยู่ของขนครับ เริ่มจากขนง่ายๆ (แบบขนลูกเจี๊ยบ) พวกมันอาจจะเอาไว้ใช้สร้างความอบอุ่นและอาจจะใช้ display โชว์ตัวเมียเป็นต้น จากนั้นก็เป็นขนแบบขนนกอย่างง่าย และเป็นขนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบิน จะเห็นว่าหลักฐานการมีอยู่ของขนนกสามารถย้อนกลับไปถึงไดโนเสาร์กลุ่ม Coelurosauria และอาจย้อนไปถึงกลุ่ม Allosauroidea เลย ขึ้นอยู่กับการตีความตุ่มขนของไดโนเสาร์ Concavenator อัลโลซอรอยด์จากสเปน และตำแหน่งทางสายวิวัฒนาการของ Sciurumimus เมกะโลซอร์จากเยอรมนีครับ

dino feather
แผนผังสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อและขนประเภทต่างๆ (Zelenitsky et al. 2012)

 

สองตัวข้างล่างนี้คือบรรพบุรุษ T. rex จากจีน ที่มีหลักฐานของขนนกอย่างง่าย หรือ protofeather

dino-feather2.jpg
บรรพบุรุษที่มีขนของ T.rex จากจีน (Xu et 2004; 2012)

 

รูปข้างล่างสองรูปนี้คือการอนุมานขนของไทรันโนซอร์จากหลักฐานต่างๆ ความเป็นไปได้คือ ไทรันโนซอร์ซึ่งรวม T. rex ด้วยนั้น น่าจะมีทั้งเกล็ดและขนนก(แบบง่าย) เหมือนในนกปัจจุบันที่มีทั้งขนนกและเกล็ด แต่มันอาจจะมีขนเยอะในช่วงวัยเด็กเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างการ และขนค่อยๆน้อยลงเมื่อโตขึ้นทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของมันและอื่นๆ หรือมันอาจจะมีขนบางส่วนของร่างกายที่มีสีสันไว้ดึงดูดเพศตรงข้ามครับ เหล่านี้เราอนุมานจากหลักฐานฟอสซิลที่ค้นพบ จากความรู้ทางนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการครับ

 

 

tyrannosauroid_integument_composite_by_tomozaurus-dbce4x1
หลักฐานฟอสซิลร่องรอยของเกล็ดและขนในไดโนเสาร์ตระกูลไทรันโนซอร์

 

19059920_1512237178821574_1189607421219189354_n
หลักฐานฟอสซิลเกล็ดในไทรันโนซอร์

 

สีขน/สีผิว/สีเปลือกไข่

เรื่องสีของขน มีตัวอย่างงานวิจัยสีขนของไดโนเสาร์ Archaeopteryx ออกมาบอกว่ามันน่าจะมีสีดำครับ อ่านต่อได้ที่:  https://news.nationalgeographic.com/news/2013/06/130614-dinosaur-xray-bird-color-feather-archaeopteryx/

และการศึกษาลักษณะขนและสีในไดโนเสาร์ปากนกแก้วหรือ Psittacosaurus อ่านต่อได้ในลิ้งนี้ครับ: http://www.sci-news.com/paleontology/psittacosaurus-countershading-camouflage-04197.html

สำหรับการศึกษาเม็ดสีในฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ก็มีรายงานวิจัยอยู่ครับ ตามลิ้งนี้ https://news.nationalgeographic.com/2017/09/dinosaurs-eggs-blue-fossils-china-paleontology-science/ และ https://peerj.com/articles/3706/  ครับ

 

ส่วนในงานวิจัยชิ้นนี้ พูดถึงวิวัฒนาการของขนนกจากไดโนเสาร์ ฟังค์ชั่นของขนนกในการรักษาความอบอุ่นของร่างกาย บิน โชว์เพศตรงข้ามและสัตว์อื่นๆ พรางตัว เป็นต้น ความสามารถในการมองสีในช่วงคลื่นที่ยาวกว่าในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของนกและไดโนเสาร์ และเปรียบเทียบวิวัฒนาการของขนและการมองเห็นแสงสีระหว่างไดโนเสาร์(และนก)กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

10610480_10154772242590593_3578013613784952775_n
งานวิจัยต้นกำเนิดและชนิดและหน้าที่ของขนชนิดต่างๆ (Koschowitz et al. 2014)

 

 

ลักษณะเท้าแบบนก

งานวิจัยสุดท้าย บอกว่าเจ้า Concavenator ไดโนเสาร์กินเนื้อจากสเปนมีเท้าแบบนก เช่นมีเกล็ดปกคลุม เป็นต้น แต่เดิมเราอนุมานว่าไดโนเสาร์กินเนื้อทั้งหมดนั้นมีเท้าแบบนก แต่นี่เป็นหลักฐานจากฟอสซิลครั้งแรกที่ยืนยันลักษณะนี้

Concavenator podotheca feet
งานวิจัยเกี่ยวกับเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อ (Cuesta et al. 2015)

อ้างอิง

Carney et al. 2012. New evidence on the colour and nature of the isolated Archaeopteryx feather. Nature Communications3, p.637.

Cuesta et al. 2015. Did all theropods have chicken-like feet? First evidence of a non-avian dinosaur podotheca. Cretaceous Research56, pp.53-59.

Jakob Vinther et al. 2016. 3D Camouflage in an Ornithischian Dinosaur. Current Biology 26: 1-7

Koschowitz et al. 2014. Beyond the rainbow. Science 346, 416 – 418

Sumida, S.S. and Brochu, C.A., 2000. Phylogenetic context for the origin of feathers. American Zoologist40(4), pp.486-503.

Wiemann et al. 2015. The blue-green eggs of dinosaurs: How fossil metabolites provide insights into the evolution of bird reproduction (No. e1323). PeerJ PrePrints.

Xu et al. 2004. Basal tyrannosauroids from China and evidence for protofeathers in tyrannosauroids. Nature431 (7009): 680–684.

Xu et al. 2012. A gigantic feathered dinosaur from the Lower Cretaceous of China. Nature484 (7392): 92–95

Zelenitsky et al. 2012. Feathered non-avian dinosaurs from North America provide insight into wing origins. Science338(6106), pp.510-514.

Advertisements

Modern Sharks Once Had Bones

ในคนมีปลา ในขามีครีบ ในฉลามมี bone!!

ที่เรารู้ๆกันคือ ปลากระดูกอ่อนโบราณกว่าปลากระดูกแข็ง หมายถึงพวกปลากระดูกอ่อนมีวิวัฒนาการที่โบราณกว่าปลากระดูกแข็ง เช่นพวกมันมีแค่กระดูกอ่อนแต่ไม่วิวัฒน์พัฒนากระดูกแข็ง เป็นต้น

ผมเคยถามอาจารย์สมัยป.ตรี วิชาสัตว์มีกระดูกสันหลังพาร์ทปลาว่า เป็นไปได้ไหม ที่ปลากระดูกอ่อนเคยมีกระดูกแข็ง หรือมีบรรพบุรุษเป็นปลากระดูกแข็ง แต่มันวิวัฒน์ไปจนเหลือแต่กระดูกอ่อน กระดูกแข็งลดรูปหายไป

ตอนนั้นถามไปก็ดูตลก ไม่มีใครเก็ตหรือเห็นด้วย

ล่าสุดมีงานวิจัยครับ บอกว่าบรรพบุรุษปลากกระดูกอ่อนเคยมีกระดูกแข็งจริงๆ แต่วิวัฒนาการลดรูปหายไป คำถามคือ ปลากระดูกอ่อนที่รวมฉลามและกระเบนนี่ พวกมันอาจจะมีวิวัฒนาการสูงกว่าที่คิด หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ primitive แบบที่เคยเข้าใจกัน พวกมันเพียงแค่ adapt ไปในอีกแนวทางนึงที่เหมาะสมกับพวกมัน

 

24A26F9700000578-0-image-a-1_1421077269177
ภาพประกอบจาก http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2906848/Sharks-aren-t-primitive-think-Fossil-reveals-marine-predators-lost-bony-armour-earlier-assumed.html

อ้างอิง/ อ่านต่อ:

https://theconversation.com/no-bones-about-it-sharks-evolved-cartilage-for-a-reason-42258
.
http://www.discovery.com/tv-shows/shark-week/shark-feed/did-shark-skeletons-used-to-have-bones/
.
http://www.abc.net.au/science/articles/2015/05/29/4243541.htm
.
https://www.nature.com/articles/nature12617
.
https://www.nature.com/articles/nature14438?WT.ec_id=NATURE-20150423&spMailingID=48501169&spUserID=MjA1NjIyNTk4MQS2&spJobID=662671490&spReportId=NjYyNjcxNDkwS0
.
https://www.nature.com/articles/nature20806
.
https://www.researchgate.net/publication/314655285_Pectoral_Morphology_in_Doliodus_Bridging_the_’Acanthodian’-Chondrichthyan_Divide
.
http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2906848/Sharks-aren-t-primitive-think-Fossil-reveals-marine-predators-lost-bony-armour-earlier-assumed.html
.
https://www.nature.com/articles/nature14065

SVP PATTERSON MEMORIAL GRANT

ให้สัมภาษณ์สั้นๆ (blog interview) ของงานประชุมสมาคมนักบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังที่แคนาดาครับ (เวบไซต์ต้นทางครับ http://vertpaleo.org/Society-News/Blog/Old-Bones-SVP-s-Blog/September-2017/SVP-Patterson-Memorial%C2%A0Grant-Interview-Adun-Samat.aspx) งานประชุมสมาคมบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังนี้เทียบเท่าได้กับกีฬาโอลิมปิกสำหรับสาขานี้เลยครับ เป็นงานประชุมที่ใหญ่ที่สุดและรวมนักวิจัยและหัวข้อวิจัยที่จะนำมาเสนอมากที่สุดในด้านบรรพชีวินสัตว์มีกระดูกสันหลังก็ว่าได้

สำหรับงานปีนี้นั้น ได้จัดขึ้นที่เมืองคาลการี่ ประเทศแคนาดา เมื่อปลายสิงหาที่ผ่านมา ผมได้ไปนำเสนองานวิจัยไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ของไทย และขึ้นรับรางวัลบนเวทีด้วยครับ รางวัลนั้นก็คือรางวัลแพทเทอร์สันสำหรับนักศึกษา เป็นทุนก้อนหนึ่งให้ไปขุดหาไดโนเสาร์ครับ ฮ่าาๆ และก็มีการสัมภาษณ์สั้นๆซึ่งผมได้ตัดมาแปะไว้ข้างล่างนี้นะครับ เวทีนี้เคยมีคนไทยอีกท่านนึงเคยขึ้นรับรางวัลด้วยเมื่อราวๆต้นปี2000ถ้าจำไม่ผิด ท่านนั้นก็คืออาจารย์วราวุธ อาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยเรียน ป.ตรีที่มหิดลนั่นเองครับ ก็ภูมิใจที่ได้ขึ้นเวทีเดียวกันและได้พาไดโนเสาร์ไทยและประเทศไทยไปในเวทีระดับโลกครับ ส่วนตอนนี้ก็ต้องเร่งเขียนทีสิสต่อละครับ

Briefly, what is your academic background up to this point? How did you get interested in paleontology?
I got a B.Sc. in Biology from Mahidol University, Bangkok, Thailand, and did a bachelor thesis on Siamotyrannus, a theropod from northeastern Thailand. After that I got a scholarship from the Ministry of Science and Technology, the Government of Thailand, to study abroad. I decided to study biology/ paleontology in Germany, where I got an MSc in Evolution, Ecology & Systematics from LMU Munich. I did a thesis on Siamotyrannus, which is a continuous project for my bachelor thesis. Now I’m a third-year Ph.D. student at the University of Bonn, Germany studying theropod phylogeny and diversity from Thailand and Southeast Asia.

During the bachelor study, I became interested in vertebrate zoology, anatomy, evolution, and scientific illustration. I tried to go to many fields such as marine biology, plant tissue culture, and bird ecology. Finally, I found that vertebrate paleontology answered my question on what I want to do for the rest of my life if I want to become a scientist. I’m interested how paleontologists tell what animals they are based on just a few bones, what method they use, and I love to draw dinosaurs, both skeletal and life reconstruction. The most exciting is that the information we got can be changed when we find new fossils, so we need to keep learning.

What about the theropods of Thailand interests you?
In Thailand and particularly in Southeast Asia, theropods are rare, mostly fragmented, and not complete. But they do express the diversity. Many theropod taxa from various groups from the Early Cretaceous which are not much known worldwide can be found here. And there is potential that a lot is waiting to be found in the near future since we just started to explore them in the last 30-40 years. The preliminary results from my Ph.D. thesis show that southeast Asia played an important role in theropod evolution; for example, some theropod groups might have originated here.

What kinds of research methods are you using?
I use traditional methods together with computer programs and statistics. I do normal description and comparison, take photographs and drawing. I also do morphometric geometrics for some materials. Bone histology, which is a study of the microstructure of hard tissue, will be applied to my work in the future as well. The cladistic method is my main tool to study the phylogeny of theropods in my dissertation.

How will this award help you accomplish your research?
I will use this award to find out more theropod materials in Thailand. This amount of money would make a great benefit for the project because the living expense there is not high. The results of my study, which are partly supported by this award, would tell us more about theropod diversity in the future and can improve the importance of Thailand and southeast Asia in paleontology worldwide.”

 

cropped-cropped-img_64692.jpg

ไทแรนโนซอรัส: กิ้งก่าทรราชย์

Tyrannosaurus rex : Tyrant lizard king

ประวัติการค้นพบ

ไทแรนโนซอรัสถูกค้นพบเมื่อปี1902และได้รับการตั้งชื่อและตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดย เฮนรี่ ออสบอร์น เมื่อปี1905 โดยในรายงานการวิจัยฉบับเดียวกันนั้น ออสบอร์นได้รายงานการศึกษาไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่อีกชนิดซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี1900และตั้งชื่อมันว่า ไดนาโมซอรัส อิมพีริโอซัส (Dynamosaurus imperiosus = Imperial powerful lizard ) ออสบอร์นค้นพบในเวลาต่อมาว่า ไดนาโมซอรัสและไทแรนโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ชนิดเดียวกัน และโชคดีที่ชื่อและรายงานการวิจัยของไทแรนโนซอรัสอยู่ในลำดับก่อนหน้าไดนาโมซอรัสเพียงแค่หน้าเดียว (หน้าที่4และ5ตามลำดับ) ซึ่งตามหลักการแล้วแม้ว่าไดนาโมซอรัสจะถูกค้นพบก่อน แต่ก็ต้องยึดถือตามชื่อที่ได้รับการตั้งก่อน ไดนาโมซอรัสจึงกลายเป็นชื่อรองหรือ junior synnonymไปแทน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีไดโนเสาร์ที่ชื่อไทแรนโนซอรัสเป็นแน่

รูปบนคือ ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2013 ส่วนรูปด้านล่างคือภาพวาดจากงานวิจัยของออสบอร์น ปี 1905
รูปบนคือ ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2013 ส่วนรูปด้านล่างคือภาพวาดจากงานวิจัยของออสบอร์น ปี 1905

วิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์

ตามสายวิวัฒนาการแล้ว ไทแรนโนซอรัสและเหล่าญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก เช่น ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (Ornithomimosauria) กลุ่มแรพเตอร์และนก (Maniraptora) มากกว่าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่กลุ่มอื่นๆเช่น อัลโลซอรัส (ไดโนเสาร์กินเนื้อจากยุคจูราสสิค) และสไปโนซอรัส (ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ มีแผงกระโดงที่หลัง และมีกระโหลกยาวคล้ายจระเข้)

แผนภาพแสดงสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อ ภาพจาก http://ntamura.deviantart.com/art/Theropod-phylogeny-339550266
แผนภาพแสดงสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อ ภาพจาก http://ntamura.deviantart.com/art/Theropod-phylogeny-339550266

ญาติสนิทจากเอเชีย

ไทแรนโนซอรัสและญาติร่วมสมัย (เช่น กอร์โกซอรัสและอัลเบอร์โตซอรัสจากยุคครีเตเชียสตอนปลาย) พบได้เฉพาะในอเมริกาเหนือฝั่งตะวันตกเท่านั้น (ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) แต่ญาติสนิทที่สุดของไทแรนโนซอรัสนั้น จริงๆแล้วอยู่ที่เอเชียเรานี่เองครับ ซึ่งก็คือที่ประเทศมองโกเลียและจีน ชื่อของมันคือ Tarbosaurus bataar (Alarming hero lizard) จะว่าไปเรื่องจำนวนและความสมบูรณ์ของซากฟอซซิลของทาร์โบซอรัสที่ถูกค้นพบนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไทแรนโนซอรัสสักเท่าไหร่ แต่อาจเป็นเพราะการวิจัยและการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ญาติจากฝั่งอเมริกาเป็นที่รู้จักมากกว่า

อ่านเรื่องราวของทาร์โบซอรัสได้ที่ https://satorsaurus.wordpress.com/2012/10/11/tyrannosaurus-rex-vs-tarbosaurus-bataar/

นอกจากนี้ ไดโนเสาร์ที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าคุณปู่ของตระกูลไทแรนโนซอร์ก็พบที่ผืนทวีปยูเรเชีย เช่น กว้านหลง และยูไทแรนนัสจากจีน คิเลสคุสจากไซบีเรีย และโปรเซอราโตซอรัสจากอังกฤษ บรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของพวกมันถูกพบในยุคจูแรสสิกตอนกลาง หรือประมาณ 165 ล้านปีก่อน

แล้วไทแรนโนซอร์จากไทยล่ะ?

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส (Siamotyrannus isanensis) ถูกค้นพบโดยคุณสมชัย เตรียมวิชานน (กรมทรัพยากรธรณี) ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 1993 และได้รับการตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดยอีริก บุฟโต้, ไฮยั่น ตง และวราวุธ สุธีธร เมื่อปี 1996 โดยในรายงานฉบับนั้นระบุว่าสยามโมไทแรนนัสอาจจะเป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของทีเร็กซ์ แต่รายงานการวิจัยเมื่อปี 2012โดยแมททิว คาราโน่และทีม ระบุว่ามันอยู่ในกลุ่มMetriacanthosauridaeคล้ายกับ Sinraptor จากจีนมากกว่า สำหรับรายละเอียดและข้อมูลล่าสุดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยครับ

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส
สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส reconstruction ver.1 © สะตอซอรัส

กายวิภาค

ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกว่าเป็นไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์มีหลายอย่างด้วยกัน นอกจากจะเป็นนักล่าสองขาขนาดใหญ่แล้ว พวกมันมีฟันหน้าเป็นรูปตัวดีเมื่อตัดตามขวาง (D – shaped) และมีลักษณะคล้ายฟันตัดเช่นฟันหน้าของเรา (incisor – like), กระดูกจมูก (nasal) เชื่อมกันเพื่อลดและซับแรงกระแทกระหว่างงับเหยื่อ กระดูกสะโพกมีร่องรอยของจุดเชื่อมกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ในไทแรนโนซอรัสและญาติสนิทยังมีกระโหลกที่ใหญ่และกล้ามเนื้อขากรรไกรที่หนา มีฟันที่หนาด้านข้างแบบกล้วยหอมแทนที่จะเป็นฟันแบบใบมีดเหมือนไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มอื่นๆ และลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ขาหน้าหรือแขนที่เล็กเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว

จากการสแกนกระโหลกทีเร็กซ์พบว่ามันมีสมองส่วนดมกลิ่น หรือ olfactory lobesที่ใหญ่บ่งบอกถึงความสามารถในการดมกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ ในส่วน cochlear และ semicircular canals ในหูชั้นในบ่งบอกว่ามันสามารถรับเสียงที่มีความถี่ต่ำได้อย่างดี

ขนหรือเกล็ด หรือทั้งสองอย่าง?

ไม่มีการค้นพบฟอซซิลผิวหนังของทีเร็กซ์ แต่มีการค้นพบรอยประทับของขนในบรรพบุรุษของทีเร็กซ์จากจีน ขนที่ว่ามีหน้าตาคล้ายขนนกอย่างง่าย (protofeather) เป็นไปได้ว่าทีเร็กซ์อาจจะมีขนแบบง่ายนี้ปกคลุมบางส่วน เช่นแขนและหัว เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม หรือทีเร็กซ์วัยเด็กอาจมีขนปกคลุมเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายก็เป็นได้

อัตราการเจริญเติบโต

การศึกษากระดูกทีเร็กซ์ทั้งจากตัวเต็มวัยและตัวอ่อนในระยะต่างๆกัน แล้วหาข้อมูลทางสถิติบ่งบอกว่า ทีเร็กซ์โตเต็มวัยที่อายุ 20ปี และส่วนใหญ่อยู่ไม่เกินอายุ 25ปีอัตราการเจริญสูงสุดคือ 767 กิโลกรัมต่อปี (kg per year) หรือ 2 กิโลกรัมต่อวัน (kg per day)

พฤติกรรม

จากการศึกษาศาสตร์ทางชีวกลศาสตร์หรือ biomechanics ร่วมกับฟิสิกซ์และคอมพิวเตอร์โปรแกรม บอกเราว่า ทีเร็กซ์สามารถวิ่งได้ระดับช้าถึงระดับกลาง ความเร็วสูงสุดประมาณ 5 – 11 เมตรต่อวินาที เทียบกับม้าแข่งที่วิ่งเร็วประมาณ 20 เมตรต่อวินาที

หลักฐานจากร่องรอยต่างๆในฟอซซิล เช่นรอยกัด ฟอซซิลมูล บ่งบอกว่าทีเร็กซ์และญาติๆนั้นกินทุกอย่างและรวมถึงการกินไทแรนโนซอร์ชนิดอื่นด้วย รอยกัดบอกว่าทีเร็กซ์นั้นกัดเหยื่อไปจนถึงกระดูกและกินกระดูกนั้นด้วย บางครั้งมีการค้นพบฟอซซิลไทแรนโนซอร์หลายตัวอยู่ด้วยกัน บ่งบอกว่า พวกมันอาจอยู่เป็นฝูงหรืออย่างน้อยก็มีการรวมกลุ่มกันเป็นครั้งคราว

ทีเร็กซ์และญาติๆอาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบชื้นปานกลางหรือชื้นตามฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะเรายังไม่พบไทแรนโนซอร์ในภูมิอากาศแบบอื่นก็เป็นได้

มีคำถามที่น่าสนใจคือ ทีเร็กซ์เป็นนักล่าหรือกินซาก จากหลักฐานที่พบทั้งซากตัวอ่อนของเหยื่อในท้อง หรือร่องรอยบาดแผลของเหยื่อที่ได้รับการสมานหลังจากการถูกโจมตีโดยไทแรนโนซอร์บ่งบอกว่า ทีเร็กซ์และญาติๆอาจจะเป็นทั้งนักล่าและกินซากเหมือนกับนักล่าในปัจจุบันก็เป็นได้ แต่เรื่องที่พวกมันเป็นสุดยอดนักล่าในห่วงโซ่อาหารนั้นคงเป็นเรื่องจริงแท้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

อ้างอิง

Brusatte, S. L. 2012. Dinosaur Paleobiology. xiv + 322 pp. Wiley-Blackwell.

Brusatte, S. L. et al. 2010. Tyrannosaur paleobiology: new research on ancient exemplar organisms. Science, 329: 1481–1485.

Buffetaut, E., Sutethorn, V. and Tong, H. 1996. The earliest known tyrannosaur from the Lower Cretaceous of Thailand. Nature, 381: 689-691.

Carrano, M. T., Benson, R. B., and Sampson, S. D. 2012. The Phylogenetic of Tetanurae (Dinosauria: Theropoda). Journal of Systematic Palaeontology. 10 – 2: 211 – 300.

Osborn, H. F. 1905. Tyrannosaurus and other Cretaceous carnivorous dinosaurs. Bulletin of the AMNH. 21(14): 259–265.

Samathi, A. 2013. Osteology and Phylogenetic Position of Siamotyrannus isanensis (Dinosauria; Theropoda) from the Lower Cretaceous of Thailand. Unpublished Master Thesis. Ludwig – Maximilians – Universität München.

Switex, B. 2013. The truth about T. rex. Nature. 502: 424 – 426.

“ไดโนป้อง” ผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์คอยาวหนึ่งเดียวในอาเซียน

บทสัมภาษณ์พี่ไดโนป้อง โดยพี่ปีย์ชนิตว์ ลงในผู้จัดการออนไลน์ครับ ลิ้งด้านล่างเลยครับ ผมขอคัดมาที่โดนใจบางประโยคนะครับ 😀 อ่านแล้วก็รู้สึกดีครับ คำพูดพี่ท่านมีพลังเสมอแฮะ ^__^

“ประเทศไทยเป็นผู้นำงานวิจัยไดโนเสาร์ของอาเซียน ทวีปเอเซียไทยเป็นรองแค่จีน แถมนำญี่ปุ่นนิดๆ”

“มีนักวิจัยไทยไม่ถึง 10 คน ที่แบ่งกันศึกษาฟอสซิลของ พืช จระเข้ เต่า ปลา ฉลาม ฯลฯ แต่ผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์ในไทยมีแค่ 4 คน”

“งานวิจัยไดโนเสาร์ไม่ใช่งานวิจัย “ขึ้นหิ้ง” เพราะ “ไดโนเสาร์มันขายได้” การพบซากไดโนเสาร์จึงมักจะถูกขยายผลนำไปสู่เศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของชุมชน…”

“นักขุดไดโนเสาร์ยุคนี้ ต้องเป็นนักเทคโนโลยีด้วย แต่บ้านเรายังขาดทุกด้าน ทั้งนักวาดภาพ นักสร้างต้นแบบสามมิติ นิติเวช สัตวแพทย์ เศรษฐศาสตร์ชุมชน วิศวกร สถาปนิก คณิตศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงรูปร่างผ่านกาลเวลา แม้แต่การใช้ลำแสงซิงโครตรอน และเครื่อง CT Scan เพื่อวิเคราะห์ฟอสซิล”

http://manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9580000044614

Ichthyovenator New Materials

ชิ้นส่วนเพิ่มเติมของอิกทีโอเวเนเตอร์

Ichthyovenator laosensis Allain et al., 2012 เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อตระกูลสไปโนซอริเด้ จากยุคครีเตเซียสตอนต้น พบที่แขวงสะหวันนะเขด ประเทศลาว (สปป. ลาว) โดยชิ้นส่วนที่พบและมีการรายงานในปี 2012 นั้นประกอบไปด้วย กระดูกสันหลังส่วนหลัง กระดูกสันหลังส่วนสะโพก กระดูกสันหลังส่วนหาง และกระดูกสะโพก ในปลายปี2014นี้ครับ ที่งานประชุมวิชาการ SVP: Society of Vertabrate Paleontology ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลีน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีต้นเดื่อนพฤษจิกายนนี้ จะมีการรายงานการค้นพบชิ้นส่วนใหม่ของอิกทีโอเวเนเตอร์เพิ่มเติม ประกอบไปด้วย กระดูกส่วนคอ กระดูกสันหลังชิ้นแรก และกระดูกหางอีกหลายชิ้นครับ เดี๋ยวรายละเอียดเป็นอย่างไร ผมจะมารายงานหลังจากไปร่วมประชุมนะครับ

เกือบลืม รายงานเบื้องต้นบอกว่า อิกทีโอเวเนเตอร์นั้นอยู่ใกล้ชิดกับสไปโนซอรัสมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน และอาจจะอยู่ในตระกูลย่อยสไปโนซอรินี่ มากกว่าบารายโอนายคินี่ครับ ก็อาจเป็นไปได้ว่า อิกทีโอเวเนเตอร์อาจจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายไปทางสไปโนซอรัส คือเป็น semi-aquatic มากกว่าญาติอย่าง บารายโอนิคและซูโคไมมัสครับ รูป reconstruction ที่ผมวาดไว้นี่ คงจะต้องเปลี่ยนไปแน่ๆครับไม่ช้าก็เร็ว ที่แน่ๆคือเพิ่มกระดูกส่วนที่พบเพิ่มเติมเข้ามาด้วยครับ

cropped-ichthyovenator-laoensis1.jpg
อิกทีโอเวเนเตอร์ ลาวเอนซิส Reconstruction ver.1
สไปโนซอรัส อียิปติคัส Ibrahim et al., 2014
สไปโนซอรัส อียิปติคัส
Ibrahim et al., 2014

อ้างอิง

Allain, R. 2014. NEW MATERIAL OF THE THEROPOD ICHTHYOVENATOR FROM BAN KALUM TYPE LOCALITY (LAOS): IMPLICATIONS FOR THE SYNONYMY OF SPINOSAURUS AND SIGILMASSASAURUS AND THE PHYLOGENY OF SPINOSAURIDAE. Journal of Vertebrate Paleontology, SVP Program and Abstracts Book, pp78.