Earth A New Wild: Water

World Water Day 22 March ขอเกาะกระแสวันน้ำโลกหน่อยครับ

สารคดีเรื่องน้ำ เรื่องแรกทะเลสาบอาราลในอุซเบกิสถานกับคาซัคสถาน สมัยสหภาพโซเวียตมีการผันน้ำเพื่อทำการเกษตรคือปลูกฝ้าย เพียงไม่กี่สิบปีมนุษย์ก็สามารถทำในสิ่งที่ธรรมชาติใช้เวลาเป็นล้านๆปี นั่นคือเปลี่ยนสภาพภูมิประเทศจากทะเลสาบกลายเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าได้ เมื่อน้ำแห้ง อากาศในหน้าร้อนก็ยิ่งร้อนขึ้น หน้าหนาวก็ยิ่งหนาว ปลาหาย นกหาย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหาย น้ำกินไม่ได้
เรื่องที่สองพูดถึงแม่น้ำโคโลราโด้ แม่น้ำไนล์แห่งอเมริกาที่ไหลจากแกรนแคนยอนไปออกปากแม่น้ำที่เม็กซิโก แต่การสร้างเขื่อนกั้นน้ำเป็นระยะๆเพื่อทำการเกษตรทำให้น้ำไหลไปไม่ถึงปลายทาง ปากแม่น้ำแถวเม็กซิโกจากที่เคยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำก็กลายเป็นแห้งแล้ง ปลา นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หายครับ
“ถ้าแกรนแคนยอนแห้งผู้คนจะสับสน มันจะโหดร้ายมาก แต่บางคนไม่รู้เลย ว่าแม่น้ำที่เรายืนอยู่นี่ (แถวปากแม่น้ำเม็กซิโก) คือแม่น้ำสายเดียวกัน เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงกัน แม่น้ำโคโลราโดไหลลงสู่ทะเลมาหกล้านปี แต่ตั้งแต่ยุค90ที่ผ่านมาไม่มีน้ำสักหยดไหลไปถึงทะเลเลย”
อ้างอิงครับ: สารคดีท่องโลกกว้าง โลกธรรมชาติยุคใหม่ ตอน น้ำ

ทำไมต้องอนุรักษ์เสือ

อนุรักษ์เสือไปทำไม เสือไม่มีขาเดินหนีน้ำท่วมเหรอ รักเสือมากกว่ารักคนเหรอ คำถามเหล่านี้เราอาจจะได้ยินกันบ่อยๆ บางครั้งก็ออกมาจากปากผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจที่”ควรจะ”มีความน่าเชื่อถือในบ้านเรา ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อนที่อเมริกาเพิ่งแชร์เรื่องรณรงค์อนุรักษ์ตัวโอพอสซั่มซึ่งเป็นสัตว์ท้องถิ่นของที่นั่น ทำไมต้องอนุรักษ์โอพอสซัม เพราะมันมีหน้าที่หรือฟังชั่นในระบบนิเวศครับ จากตัวอย่างนี้ โอพอสซัมกินเห็บที่เป็นตัวนำเชื้อไลม์ โรคระบาดในอเมริกาเหนือที่เกิดจากแบคทีเรียในตัวเห็บครับ ในวันหนึ่งโอพอสซัมจะกินเห็บได้เป็นพันเลยครับ ถ้าไม่มีโอพอสซัมคอยจับเห็บกิน เห็บก็คงจะกระจายและเพิ่มโอกาสการระบาดของโรคไลม์ครับ

และอันที่จริงมันเป็นธรรมดาที่การอนุรักษ์ธรรมาติจะหยิบยกสัตว์ใหญ่ สัตว์น่ารัก หรือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์มาเป็นสัญลักษณ์ในการรักษ์ป่า ไม่ใช่เรารักแค่เสือครับ คือถ้าเสืออยู่รอดได้ นั่นก็แสดงว่าป่าต้องสมบูรณ์ระดับหนึ่ง และสัตว์อื่นๆก็จะสามารอยู่ได้ด้วยครับ สัตว์ใหญ่หรือสำคัญเช่นเสือ ช้างพวกนี้ ภาษาทางวิชาการเขาเรียก umbrella speciesครับ 🙂

สวนสัตว์เมืองโคโลญ

Kölner Zoo/ Cologne Zoological Garden

ประทับใจคอกช้างเลยครับ ทั้งคอกในร่มและลานข้างนอก ใหญ่มาก มีช้างทั้งจากศรีลังกา ไทย เช่นตัวที่ชื่อละอองดาวและแม่จรวด โซนแมวน้ำกับนกเพนกวิ้นไม่ใหญ่มากแต่กิจกรรมตอนให้อาหารเรียกเสียงปรบมือได้ดีและดูใกล้ชิดกับคนดูดีครับ การให้อาหารเมียแคทรอบเช้าจะเป็นเนื้อก้อนกับหนอนนก ตอนเย็นเป็นลูกเจี๊ยบครับ 55 ส่วนอควาเรี่ยมมีซาลามานเด้อยักษ์ เขียดงูยักษ์ ปลาปอดตัวเขื่องสี่่ตัว ไม่ธรรมดาเลยครับ กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ของชมรมดูนกบอนน์ BonnBirdก็แล้วกันครับ55 และมีสมาชิกใหม่จากเนเธอแลนด์มาร่วมชมรมด้วยหนึ่งคนครับ

ปล. ไปสวนสัตว์ในวันที่ฝนตกปรอยๆก็สดชื่นไปอีกแบบครับ และคนที่มาก็ไม่ได้น้อยลงเลยครับ เหมือนคนที่นี่จะฝนตกแดดออกชั้นก็ไม่สน 55