ทริปสั้นๆกับ Amsterdam

นั่งรถบัสจากบอนน์ไปถึง Amsterdam ประมาณเที่ยงกว่าๆ เข้าที่พักฝากกระเป๋า แล้วไปยังจุดหมายแรกคือ Anna Frank Museum โชคดีที่จองตั๋วออนไลน์มาก่อน เพราะแถวยาวมาก ข้างในทำดีมาก ประทับใจ และรับรู้ได้ถึงความยากลำบากที่แอนนาและครอบครัวต้องเผชิญช่วงสงคราม ที่สำคัญ พ่อของเธอคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างจริงๆ หลังจากนั้นก็ออกมากินเครปร้านดังที่อยู่ไม่ไกลกันกับมิวเซียม

หลังจากนั้นพวกเราแวะเข้าที่พักแล้วจึงออกมากินอาหารท้องถิ่นร้านดังขึ้นชื่อ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักและโซนเมือง ร้านเล็กๆบรรยากาศอบอุ่นและคนแน่นมาก โชคดีที่พวกเราจองโต๊ะไว้ก่อน อาหารเป็นอาหารท้องถิ่นของคนดัชคือมันบดกับไส้กรอกแฮมและเนื้อบด

อิ่มแล้วก็ไปเดินท่องย่านไฟแดงซึ่งผมเรียกว่าย่านโคมแดง เดินดูบรรยากาศห้องกระจก ฮ่าๆ และตามหาของท้องถิ่นมาลิ้มลอง คงไม่ต้องบอกว่าอะไร…

วันรุ่งขึ้น พวกเราไปต่อกันที่ the Rijksmuseum พิพิธภัณฑ์โกลาหลในตำนาน ที่ที่เก็บสมบัติของราชวงศ์ออเรนจ์ ทั้งภาพศิลป์และข้าวของเครื่องใช้ แบ่งตามยุคสมัยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศจนถึงยุคปัจจุบัน

หลังจากออกจากมิวเซียมก็ไปถ่ายรูปกับ Iamsterdam จุดถ่ายรูปด้านหลังมิวเซียม จากนั้นพวกเรานั่งรถรางไปถนนคนเดิน แวะกินปลาและอาหารพื้นเมืองเช่นเครปและ Stroopwafel และปิดท้ายด้วยจิบเบียร์ แฮม และชีส ที่ Brouwerij ‘t IJ อันขึ้นชื่อของคนท้องถิ่น มีฉากหลังเป็นกังหันลม แม่น้ำ และสะพาน เป็นอันจบทริป และเดินทางกลับเยอรมนีด้วยรถไฟครับ

Naturalis, Leiden, NL

Naturalis Biodiversity Center, Leiden, Netherlands

Nationaal Natuurhistorisch Museum, Leiden,  Nederland

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเมืองไลเด้น เนเธอแลนด์

ชั้นแรกเป็นพวกฟอซซิล เริ่มตั้งแต่กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กุ้งปู ฟอซซิลพืช ปลา สัตว์เลื้อยคลาน ไดโนเสาร์ แมมมอธ แรดขนปุย มีพวกฟอซซิลช้างและอื่นๆจากอินโดเนเซียพอสมควรครับเนื่องจากเนเธอแลนด์เคยเป็นเจ้าอาณานิคม และผมก็เพิ่งรู้ว่าอินโดเพื่อนบ้านเรามีฟอซซิลพวกช้างโบราณเยอะเหมือนกันนะนี่

ชั้นต่อมามีพวกสัตว์สตัฟฟ์ ที่ผมประทับใจคือตู้กระจกที่เรียงต่อกันเป็นวงกลมให้เราเดินดูได้จากทั้งด้านในและด้านนอก ภายในตู้มีทั้งสัตว์สตัฟฟ์ พืช เห็ด แมลงและสัตว์พวกกุ้งปู พร้อมป้ายบอกข้อมูลต่างๆ ในตู้กระจกชั้นล่างมีหุ่นจำลองมังกรโคโมโด้ ปลาฉนาก และอื่นๆ

ชั้นต่อๆมาจะเป็นโซนการเรียนรู้สำหรับเด็กๆและผู้ใหญ่หัวใจเด็กครับ มีของเล่นให้เด็กๆลองเล่น เช่น เลียนแบบการดมกลิ่น ชิม ฟังเสียงของสัตว์ต่างๆ มีโครงกระดูกสัตว์จัดท่าทางต่างๆ อุโมงลมจำลองการบินของนก เกมเล่นเป็นผึ้งเก็บน้ำหวาน เป็นต้น

ที่สำคัญทริปนี้มีผู้ร่วมการเดินทางคือศิษย์พี่มหิดลที่ตอนนี้กำลังทำปริญญาเอกด้านนิเวศวิทยาที่อูเทร็ก และศิษย์น้องมหิดลทำเอกด้านอนุกรมวิธานพืชที่ไลเด้นนี่เอง ทำให้การเยี่ยมชมมิวเซียมครั้งนี้มีอรรถรสอย่างมากครับ

Naturalis Leiden

 

 

 

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเซงเค่นแบร์ก

Naturmuseum Senckenberg, Frankfurt am Main, Germany

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเซงเค่นแบร์ก แฟรงค์เฟิร์ตอัมไมน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์เซงเค่นแบร์กหรือสถาบันวิจัยเซงเค่นแบร์กนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเยอรมนีรองจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรุงเบอลิน หรือนาทัวคุนเดอมูเซอุมแบร์ลีน (แต่โดยส่วนตัวผมว่าพิพิธภัณธ์ธรรมชาติวิทยาที่เมืองชตุตการ์ตและมึนส์เตอร์ก็ใหญ่ไม่แพ้กันครับ) ที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ผมตั้งใจจะมาเยี่ยมชมให้ได้หลังจากที่ได้ทุนเรียนต่อและตัดสินใจมาเรียนที่นี่

เริ่มเข้าไปห้องโถงใหญ่ห้องแรกก็ต้องตื่นตาตื่นใจไปกับการจัดแสดงไดโนเสาร์ขนาดมหึมา เอาจริงๆก็คือ มันก็มีลานใหญ่ๆให้เด็กๆได้วิ่งเล่นสัมผัสโครงกระดูกยักษ์ใหญ่ การจัดวางและแสงสีดูโล่งตาดีครับ ไม่อึดอัด จริงๆถ้าผมมีเวลาก็สามารถเดินดูมันได้ทั้งวันเลยครับ ฮ่าๆ

ไปดูกันเลย รูปแรกครับ ทีเร็กซ์ตัวใหญ่

IMG_9712

ไดโนเสาร์คอยาวดิโพรโดคัสและไดโนเสาร์ปากเป็ดอิกัวโนดอน

IMG_9710

ทีเร็กซ์อีกสักมุม

IMG_9753

แองคิโลซอร์ ไดโนเสาร์หุ้มเกราะ

IMG_9754

เจ้าสามเขาไทรเซอราท็อป

IMG_9756

ผมว่าการนำฟอซซิลมาจัดแสดงคู่กับญาติที่ยังหลงเหลือของมันก็ทำให้เราเห็นภาพดีนะครับ อย่างอันนี้ เจ้าโมซาซอร์สัตว์เลื้อยคลานในทะเลยุคไดโนเสาร์ กับญาติปัจจุบันวรานัส โคโมโดเอนซิส หรือมังกรโคโมโด้ และอีกโซนที่ชอบก็คือห้องจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานในทะเลนี้ครับ แม้ว่าจะเล็กกว่าห้องโถงใหญ่และยังอยู่ในช่วงปรับปุงก็เถอะ

IMG_9771

เสือเขี้ยวดาบ ถ่ายยากนิดหนึ่ง มีเงาสะท้อนจากกระจก

IMG_9779

วาฬเพชรฆาตIMG_9781

ช้างและการกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆIMG_9788IMG_9787

ห้องโถงใหญ่อีกห้อง จัดแสดงเกี่ยวกับกลุ่มวาฬและช้างIMG_9785

เมซเซล แหล่งดึกดำบรรพ์สัตว์ยุคหลังไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงถึงความสมบูรณ์ของซากฟอซซิลอันดับต้นๆของโลก ที่นี่มีีทั้งซากนก แมลง จระเข้ เต่า บรรพบุรุษม้า ลิง ค้างคาว สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง เป็นต้นIMG_9791

ห้องกายวิภาคศาสตร์ทางด้านสัตว์IMG_9806

กวางมูสหรือยูเรเซี่ยนเอลค์IMG_9841

โซนแมลงก็จัดได้ดีครับIMG_9886

งู น่าจะเป็นอนาคอนด้านะIMG_9845

ปิดท้ายด้วยภาพนี้ล่ะกัน

ว่าแต่ กำลังทำอะไรอยู่ล่ะเนี่ย ><IMG_9844

รีวิวสี่มิวเซียมธรรมชาติวิทยา สี่ประเทศ สามเมืองหลวงของยุโรป

รีวิวสี่มิวเซียมธรรมชาติวิทยา สี่ประเทศ สามเมืองหลวงของยุโรป

ตอนนี้จะพูดถึงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสามแห่งจากสามเมืองหลวงของยุโรปครับ คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งสโลวะเกีย กรุงบราติสลาว่า พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฮังการี่ กรุงบูดาเปส พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และพิพิธภัณฑ์แห่งมหาวิทยาลัยโกรนิงเก้น ประเทศเนเธอแลนด์ โดยจะเน้นไปที่เรื่องภาพรวม ความน่าสนใจ และข้อมูลความรู้ทางวิชาการแต่ไม่เน้นลงรายละเอียดแต่ละโซนแต่ละนิทรรศการณ์มากนะครับ

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยโกรนนิงเก้น Universiteitsmuseum Groningen — at 400 jaar Rijksuniversiteit Groningen.
พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยโกรนนิงเก้น
Universiteitsmuseum Groningen — at 400 jaar Rijksuniversiteit Groningen.
Slovak Natural Science Museum, Bratislava พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งสโลวะเกีย กรุงบราติสลาว่า — at SNM-Prírodovedné múzeum.
Slovak Natural Science Museum, Bratislava
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งสโลวะเกีย กรุงบราติสลาว่า — at SNM-Prírodovedné múzeum.
Hungarian Natural History Museum, Budapest พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ฮังการี่ — at Magyar Természettudományi Múzeum.
Hungarian Natural History Museum, Budapest
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ฮังการี่ — at Magyar Természettudományi Múzeum.
Naturhistorisches Museum Wien Museum of Natural History Vienna พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา กรุงเวียนนา — at NhM Naturhistorisches Museum Wien.
Naturhistorisches Museum Wien
Museum of Natural History Vienna
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา กรุงเวียนนา — at NhM Naturhistorisches Museum Wien.

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เมืองมึนสเตอร์

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เมืองมึนสเตอร์
LWL-Museum für Naturkunde, Westfälisches Landesmuseum mit Planetarium
LWL-Museum of Natural History, Westphalian State Museum and Planetarium

วันก่อนครับ มีพิธีเปิดโซนไดโนเสาร์ซึ่งเป็นโซนใหม่ของมิวเซียมธรรมชาติวิทยาของเมืองมึนสเตอร์ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในรัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเล่น อยู่แถวๆตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนีครับ จริงๆน่าจะเป็นมิวเซียมของแถบนี้มากกว่าแฮะถ้าแปลตามชื่อ คือมิวเซียมแห่ง”รัฐ”เวสต์ฟาเล่น ขึ้นชื่อว่ามิวเซียมธรรมชาติวิทยาก็แน่นอนครับว่านอกจากมีการจัดแสดงฟอซซิลแล้ว ก็มีพวกสัตว์สตัฟฟ์ ดินหินอวกาศ เทคโนโลยี และยังมีPlanetarium ซึ่งเป็นห้องดูหนังสารคดีแบบรอบทิศทางด้วยครับ (คล้ายๆท้องฟ้าจำลอง แต่เล็กๆหน่อยไม่ใหญ่มากครับ^^) พอมีพิธีเปิด ที่แลบก็เลยไปร่วมงานกันเกือบหมดครับ ข้าวฟรีเบียร์ฟรี อิอิ ข้างในจัดได้ค่อนข้างดีอลังการ มีทั้งไดโนเสาร์ชื่อดังจากอเมริกาผสมฟอซซิลที่เจอในแถบนี้(รัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเล่น) ส่วนใหญ่แถวนี้เจอพวกสัตว์เลื้อยคลานในทะเลครับ เพราะที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ก็มีพวกฟอซซิลช้าง แรด วัวโบราณ ที่มิวเซียมนี้มีการทำวิจัยร่วมกับที่แลบผมด้วย ก็เลยมีงานวิจัยของที่แลบบางส่วนมาจัดแสดงด้วยครับ ตอนแรกคิดว่าจะเล็กกว่านี้แฮะแต่เอาเข้าจริงตระการตามากครับ^^

รูปแรก ทีเร็กซ์

IMG_8722

ฟอซซิลสัตว์เลื้อยคลานยุคไตรแอสสิค ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อIMG_8724

บรรพบุรุษวาฬครับ ปากีเซตุส และแอมบูโลเซตุสIMG_8757

ข้างหน้าเป็นวาฬเสปิร์ม ข้างหลังคือบาซิโลซอรัส IMG_8729

เวสต์ฟาเลียซอรัส สัตว์เลื้อยคลานในทะเลกลุ่มเพลสิโอซอร์ พบที่นี่ ผลงานวิจัยร่วมของอาจารย์ผมกับนักวิจัยของมิวเซียมนี้ครับIMG_8730

อันนี้ก็เป็นเพลซิโอซอร์ ผลงานวิจัยของเด็กป.ตรีที่แลบครับIMG_8766

งานวิจัยของที่แลบ ศึกษาอัตราการเจริญเติบโตของไดโนเสาร์ด้วยเทคนิก bone histology หรือการนับ”วงปี”ของกระดูกตามขวางIMG_8731

อัลโลซอรัสIMG_8736

ห้องโถงใหญ่ครับ มีอัลโลซอรัสทางซ้าย คามาราซอรัสตัวใหญ่ตรงกลาง และสเตโกซอรัสทางขวาIMG_8740

ฟอซซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมIMG_8746

สเตโกซอรัสIMG_8747

ทาร์โบซอรัสจากมองโกเลียIMG_8748

กะโหลกคามาร่าซอรัสIMG_8751

กินผักๆ

IMG_8754

ทีเร็กซ์อีกสักรูป IMG_8755

ไดโนเสาร์คืออะไร?

IMG_8759

เพลสิโอซอร์จากเยอรมนี

Westphaliasaurus simonsensii

A plesiosaur from Nordrhein-Westfalen, Germany.

เพลสิโอซอร์จากรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเล่น, ประเทศเยอรมนี

พอดีได้มีโอกาสมาลงเรียนวิชา Bone Histology กับมือหนึ่งของเยอรมนีและมือต้นๆของโลกที่เมืองบอนน์ครับ ตาโปรเฟสเซอร์คนนี้เคยส่งเด็กไปเจาะกระดูกศึกษาhistologyและการเจริญเติบโตของไดโนเสาร์ไทย ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ด้วย ผมเคยเห็นแค่ชื่อแกจากงานที่เคยอ่าน ได้มาเจอตัวจริงรู้สึกเป็นปลื้มแฮะ^^

ระหว่างพักเบรกจากการฝึกเจาะกระดูกไดโนเสาร์ ผมก็เหลือบไปเห็นโปสเตอร์งานของอาจารย์ท่านนี้ชิ้นหนึ่งเข้า นั่นคือการศึกษาเพลสิโอซอร์ชนิดใหม่ จากรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเล่น จากยุคจูแรสสิคตอนต้น ตีพิมพ์เมื่อปี2011ครับ ผมเห็นว่าน่าสนใจดีเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม เจ้าตัวนี้ถูกค้นพบเมื่อปี2007 โดยคุณSönke Simonsen อายุขณะนั้นก็19ปี หลังจากนั้นเขาก็แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ ทางทีมงานก็ใช้เวลาในการสกัดหินถึงสี่ปีแน่ะ และเมื่อวิจัยออกมาแล้ว ปรากฏว่าเป็นชนิดใหม่สกุลใหม่ จึงได้ชื่อว่า Westphaliasaurus simonsensii แปลได้ว่า สัตว์เลื้อยคลานแห่งเวสต์ฟาเลีย ของนายซิมอนเซ่นครับ ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเมืองมึนสเตอร์ครับ

 

Imageอ้างอิง:

http://derstandard.at/1303291459664/Westphaliasaurus-simonsensii-Der-Fund-eines-Lebens

http://plesiosauria.com/news/index.php/prepared-kreis-hoxter-plesiosaur-is-new-taxon/