พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เมืองมึนสเตอร์

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เมืองมึนสเตอร์
LWL-Museum für Naturkunde, Westfälisches Landesmuseum mit Planetarium
LWL-Museum of Natural History, Westphalian State Museum and Planetarium

วันก่อนครับ มีพิธีเปิดโซนไดโนเสาร์ซึ่งเป็นโซนใหม่ของมิวเซียมธรรมชาติวิทยาของเมืองมึนสเตอร์ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในรัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเล่น อยู่แถวๆตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนีครับ จริงๆน่าจะเป็นมิวเซียมของแถบนี้มากกว่าแฮะถ้าแปลตามชื่อ คือมิวเซียมแห่ง”รัฐ”เวสต์ฟาเล่น ขึ้นชื่อว่ามิวเซียมธรรมชาติวิทยาก็แน่นอนครับว่านอกจากมีการจัดแสดงฟอซซิลแล้ว ก็มีพวกสัตว์สตัฟฟ์ ดินหินอวกาศ เทคโนโลยี และยังมีPlanetarium ซึ่งเป็นห้องดูหนังสารคดีแบบรอบทิศทางด้วยครับ (คล้ายๆท้องฟ้าจำลอง แต่เล็กๆหน่อยไม่ใหญ่มากครับ^^) พอมีพิธีเปิด ที่แลบก็เลยไปร่วมงานกันเกือบหมดครับ ข้าวฟรีเบียร์ฟรี อิอิ ข้างในจัดได้ค่อนข้างดีอลังการ มีทั้งไดโนเสาร์ชื่อดังจากอเมริกาผสมฟอซซิลที่เจอในแถบนี้(รัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเล่น) ส่วนใหญ่แถวนี้เจอพวกสัตว์เลื้อยคลานในทะเลครับ เพราะที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ก็มีพวกฟอซซิลช้าง แรด วัวโบราณ ที่มิวเซียมนี้มีการทำวิจัยร่วมกับที่แลบผมด้วย ก็เลยมีงานวิจัยของที่แลบบางส่วนมาจัดแสดงด้วยครับ ตอนแรกคิดว่าจะเล็กกว่านี้แฮะแต่เอาเข้าจริงตระการตามากครับ^^

รูปแรก ทีเร็กซ์

IMG_8722

ฟอซซิลสัตว์เลื้อยคลานยุคไตรแอสสิค ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อIMG_8724

บรรพบุรุษวาฬครับ ปากีเซตุส และแอมบูโลเซตุสIMG_8757

ข้างหน้าเป็นวาฬเสปิร์ม ข้างหลังคือบาซิโลซอรัส IMG_8729

เวสต์ฟาเลียซอรัส สัตว์เลื้อยคลานในทะเลกลุ่มเพลสิโอซอร์ พบที่นี่ ผลงานวิจัยร่วมของอาจารย์ผมกับนักวิจัยของมิวเซียมนี้ครับIMG_8730

อันนี้ก็เป็นเพลซิโอซอร์ ผลงานวิจัยของเด็กป.ตรีที่แลบครับIMG_8766

งานวิจัยของที่แลบ ศึกษาอัตราการเจริญเติบโตของไดโนเสาร์ด้วยเทคนิก bone histology หรือการนับ”วงปี”ของกระดูกตามขวางIMG_8731

อัลโลซอรัสIMG_8736

ห้องโถงใหญ่ครับ มีอัลโลซอรัสทางซ้าย คามาราซอรัสตัวใหญ่ตรงกลาง และสเตโกซอรัสทางขวาIMG_8740

ฟอซซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมIMG_8746

สเตโกซอรัสIMG_8747

ทาร์โบซอรัสจากมองโกเลียIMG_8748

กะโหลกคามาร่าซอรัสIMG_8751

กินผักๆ

IMG_8754

ทีเร็กซ์อีกสักรูป IMG_8755

ไดโนเสาร์คืออะไร?

IMG_8759

หนังสือในดวงใจ ๑)

ตามรอยไดโนเสาร์ : มุมมองใหม่ต่อโลกโบราณ / Tracking dinosaurs : a new look at an ancient world

ผู้แต่ง Martin Lockley ; ผู้แปล พรชัย เลาหะโรจนพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

หนังสือแปลกึ่งวิชาการที่เล่าเรื่องงานวิจัยรอยเท้าไดโนเสาร์ได้สนุกและเข้าใจง่าย พูดถึงความสำคัญของศาสตร์ด้านนี้และข้อมูลที่เราจะได้จากการศึกษารอยเท้า (จริงๆต้องใช้คำว่ารอยตีนครับตามราชบัณฑิตยสถาน) ผมได้อ่านครั้งแรกที่ ม.เกษตร เพราะเพื่อนผมแนะนำให้อ่าน อ่านสนุกคืนเดียวรวดเดียวจบทั้งๆที่ไปหาเพื่อนเพราะกะจะสังสรรค์(เมา)ซะหน่อย ฮ่าา หรือตอนนั้นอ่านตอนเมาๆนะ @.@ ห้องสมุดคณะวิทย์มหิดลไม่มีครับไม่เคยเจอ ลองหาในเนทเจอแต่ห้องสมุดกลางที่ศาลายา ตอนนั้นผมเพิ่งเข้าวงการนี้ได้ใหม่ๆและมองว่างานด้านรอยเท้านี้ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่พออ่านเล่มนี้แล้ว โอ้โหมันเปิดกะลาน้อยๆของเราแฮะ ^^ และเป็นแรงบันดาลใจอย่างดี อยากเห็นหนังสือกึ่งวิชาการแบบนี้ที่บ้านเราเยอะๆครับโดยเฉพาะในศาสตร์ด้านนี้ ตอนนี้ที่บ้านมีแต่ฉบับถ่ายเอกสารไม่รู้ปลวกแทะไปหรือยังอยากหาซื้อแต่หาข้อมูลไม่เจอ กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อฉบับภาษาอังกฤษมาเก็บไว้ดีไหมหรือมันจะรกห้องเสียเปล่าๆ ส่วนรูปประกอบเอามาจากเนทเด้อครับ

ตามรอยไดโนเสาร์

ครบสองปีสะตอซอรัส

ครบสองปีกับการใช้ wordpress : )

และก็คงครบสองปีกับ devianart ด้วยสินะ

ตอนนั้นก่อนเปิดเทอม สาวที่จีบอยู่ จู่ๆก็หายไป เลยต้องหาอะไรทำแก้เซ็ง ก็ไปลงที่การวาดรูปฟอซซิลจระเข้เมืองไทยนี่แหละ พอวาดเสร็จจะเอาไปไว้ที่ไหนดีล่ะ แปะในเฟสไม่นานก็คงหายไปและสืบหาจากกูเกิ้ลไม่ได้ด้วย สุดท้ายก็เลยมาลงที่สองเวนี้ล่ะครับ haha

Thai Crocs

Thai Crocs

Ichthyovenator New Materials

ชิ้นส่วนเพิ่มเติมของอิกทีโอเวเนเตอร์

Ichthyovenator laosensis Allain et al., 2012 เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อตระกูลสไปโนซอริเด้ จากยุคครีเตเซียสตอนต้น พบที่แขวงสะหวันนะเขด ประเทศลาว (สปป. ลาว) โดยชิ้นส่วนที่พบและมีการรายงานในปี 2012 นั้นประกอบไปด้วย กระดูกสันหลังส่วนหลัง กระดูกสันหลังส่วนสะโพก กระดูกสันหลังส่วนหาง และกระดูกสะโพก ในปลายปี2014นี้ครับ ที่งานประชุมวิชาการ SVP: Society of Vertabrate Paleontology ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลีน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีต้นเดื่อนพฤษจิกายนนี้ จะมีการรายงานการค้นพบชิ้นส่วนใหม่ของอิกทีโอเวเนเตอร์เพิ่มเติม ประกอบไปด้วย กระดูกส่วนคอ กระดูกสันหลังชิ้นแรก และกระดูกหางอีกหลายชิ้นครับ เดี๋ยวรายละเอียดเป็นอย่างไร ผมจะมารายงานหลังจากไปร่วมประชุมนะครับ

เกือบลืม รายงานเบื้องต้นบอกว่า อิกทีโอเวเนเตอร์นั้นอยู่ใกล้ชิดกับสไปโนซอรัสมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน และอาจจะอยู่ในตระกูลย่อยสไปโนซอรินี่ มากกว่าบารายโอนายคินี่ครับ ก็อาจเป็นไปได้ว่า อิกทีโอเวเนเตอร์อาจจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายไปทางสไปโนซอรัส คือเป็น semi-aquatic มากกว่าญาติอย่าง บารายโอนิคและซูโคไมมัสครับ รูป reconstruction ที่ผมวาดไว้นี่ คงจะต้องเปลี่ยนไปแน่ๆครับไม่ช้าก็เร็ว ที่แน่ๆคือเพิ่มกระดูกส่วนที่พบเพิ่มเติมเข้ามาด้วยครับ

cropped-ichthyovenator-laoensis1.jpg

อิกทีโอเวเนเตอร์ ลาวเอนซิส Reconstruction ver.1

สไปโนซอรัส อียิปติคัส Ibrahim et al., 2014

สไปโนซอรัส อียิปติคัส
Ibrahim et al., 2014

อ้างอิง

Allain, R. 2014. NEW MATERIAL OF THE THEROPOD ICHTHYOVENATOR FROM BAN KALUM TYPE LOCALITY (LAOS): IMPLICATIONS FOR THE SYNONYMY OF SPINOSAURUS AND SIGILMASSASAURUS AND THE PHYLOGENY OF SPINOSAURIDAE. Journal of Vertebrate Paleontology, SVP Program and Abstracts Book, pp78.

One Dino One Growth Rate

One individual has one growth rate!

ใช้ศึกษาว่า ฟอซซิลบางชิ้นเช่น หน้าแข้งซ้ายกับขวานั้น เป็นของสัตว์ตัวเดียวกันหรือไม่ เราก็จับมันมาตัดตามขวาง เอาไปส่องวงเจริญเติบโตในกล้องจุลทรรศน์ นับอัตราการเจริญเติบโต ที่คล้ายๆวงปีในต้นไม้ เพราะหลักการคือ สิ่งมีชีวิตชนิดใดๆก็ตามนั้น จะมีค่าอัตราการเจริญเติบโตเดียวกันครับ เช่น ถ้าเราศึกษา”วงปี”ในกระดูกหน้าแข้งข้างซ้ายของไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง ผลที่ได้ออกมาก็ควรจะและน่าจะเท่ากับค่าที่ได้จากการศึกษาวงปีจากหน้าแข้งข้างขวาครับ

กลุ่ม A หรือกลุ่ม B?

บันทึกชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกสาขาบรรพชีวินวิทยา ณ ดินแดนเยอรมัน ๒)

ตอนแรกตั้งสมมติฐานไว้ว่าไดโนเสาร์ตัวนี้น่าจะอยู่ในกลุ่ม A มากกว่ากลุ่ม B แน่ๆ และคาดว่าผลจะออกมายืนยันงานวิจัยที่ออกมาก่อนหน้า คืออยู่กลุ่มนี้ไม่ก็ใกล้เคียงล่ะ ก็รวบรวมเอกสารอ้างอิงทั้งหลายแหล่ที่เกี่ยวกับกลุ่ม A

พอผลการศึกษาออกมา ว่ามันน่าจะอยู่ในกลุ่ม B มากกว่า สิ่งที่ต้องทำคือ
check and recheck and.. recheck
หาวิธีการหรือข้อมูลมาประมวลผลใหม่
และ
รวบรวมเอกสารอ้างอิงไดโนเสาร์ในกลุ่ม B เพิ่ม!!! >w<

และ

หาเหตุผล(ใหม่)มาแถ… = =

 

ราตรีสวัสดิ์

 

ทีโนฟอร่า หวีวุ้นปริศนา

สมันตอนเด็กๆก็เรียนมาว่า พวกทีโนฟอร่า (Ctenophora) หรือหวีวุ้นนี้ เป็นสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแมงกระพรุนหรือไนดาเรีย (Cnidaria) รวมกันอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ซีเลนเทอราตา (Coelenterata) แต่จากงานวิจัยของทีมจากอเมริกานี้พบว่า ทีโนฟอร่าเป็นกลุ่มที่แยกออกไปจากสัตว์ทั้งหมด เอ่อ อธิบายลำบาก ดูตามรูปเลยครับ

และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ วิวัฒนาการของระบบประสาท ทีมวิจัยตั้งทฤษฎีว่า พวกทีโนฟอร่า ได้วิวัฒน์ระบบประสาทขึ้นมาต่างหากจากสัตว์อื่นๆที่เหลือ การศึกษาเจ้าสัตว์กลุ่มนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจพันธุกรรมโบราณที่อาจสูญหายไปในสัตว์กลุ่มอื่นๆครับ

Moroz et al 2014

แผนผังแสดงสายสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักสัตว์

 

อ้างอิง

http://www.nature.com/nature/journal/v510/n7503/full/nature13400.html

อ่านเพิ่มเติม

http://www.plosone.org/article/info%3Adoi%2F10.1371%2Fjournal.pone.0102976

ไทแรนโนซอรัส: กิ้งก่าทรราชย์

Tyrannosaurus rex : Tyrant lizard king

ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ : กิ้งก่าทรราชย์

ประวัติการค้นพบ

ไทแรนโนซอรัสถูกค้นพบเมื่อปี1902และได้รับการตั้งชื่อและตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดย เฮนรี่ ออสบอร์น เมื่อปี1905 โดยในรายงานการวิจัยฉบับเดียวกันนั้น ออสบอร์นได้รายงานการศึกษาไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่อีกชนิดซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี1900และตั้งชื่อมันว่าไดนาโมซอรัส อิมพีริโอซัส (Dynamosaurus imperiosus = Imperial powerful lizard ) ออสบอร์นค้นพบในเวลาต่อมาว่า ไดนาโมซอรัสและไทแรนโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ชนิดเดียวกัน และโชคดีที่ชื่อและรายงานการวิจัยของไทแรนโนซอรัสอยู่ในลำดับก่อนหน้าไดนาโมซอรัสเพียงแค่หน้าเดียว (หน้าที่4และ5ตามลำดับ) ซึ่งตามหลักการแล้วแม้ว่าไดนาโมซอรัสจะถูกค้นพบก่อน แต่ก็ต้องยึดถือตามชื่อที่ได้รับการตั้งก่อน ไดนาโมซอรัสจึงกลายเป็นชื่อรองหรือ junior synnonymไปแทน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีไดโนเสาร์ที่ชื่อไทแรนโนซอรัสเป็นแน่

ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค เยอรมนี ปี 2013

รูปบนคือ ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2013 ส่วนรูปด้านล่างคือภาพวาดจากงานวิจัยของออสบอร์น ปี 1905

วิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์

ตามสายวิวัฒนาการแล้ว ไทแรนโนซอรัสและเหล่าญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก เช่น ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (Ornithomimosauria) กลุ่มแรพเตอร์และนก (Maniraptora) มากกว่าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่กลุ่มอื่นๆเช่น อัลโลซอรัสและสไปโนซอรัส (ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ มีแผงกระโดงที่หลัง กระโหลกยาวคล้ายจระเข้)

theropod_phylogeny_by_ntamura-d5m5qnu

แผนภาพแสดงสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อ ภาพจาก http://ntamura.deviantart.com/art/Theropod-phylogeny-339550266

ญาติสนิทจากเอเชีย

ไทแรนโนซอรัสและญาติร่วมสมัย (เช่น กอร์โกซอรัสและอัลเบอร์โตซอรัสจากยุคครีเตเชียสตอนปลาย) พบได้เฉพาะในอเมริกาเหนือฝั่งตะวันตกเท่านั้น (ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) แต่ญาติสนิทที่สุดของไทแรนโนซอรัสนั้น จริงๆแล้วอยู่ที่เอเชียเรานี่เองครับ ซึ่งก็คือที่ประเทศมองโกเลียและจีน ชื่อของมันคือ Tarbosaurus bataar (Alarming hero lizard) จะว่าไปเรื่องจำนวนและความสมบูรณ์ของซากฟอซซิลของทาร์โบซอรัสที่ถูกค้นพบนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไทแรนโนซอรัสสักเท่าไหร่ แต่อาจเป็นเพราะการวิจัยและการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ญาติจากฝั่งอเมริกาเป็นที่รู้จักมากกว่า

อ่านเรื่องราวของทาร์โบซอรัสได้ที่ https://satorsaurus.wordpress.com/2012/10/11/tyrannosaurus-rex-vs-tarbosaurus-bataar/

นอกจากนี้ ไดโนเสาร์ที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าคุณปู่ของตระกูลไทแรนโนซอร์ก็พบที่ผืนทวีปยูเรเชีย เช่น กว้านหลง และยูไทแรนนัสจากจีน คิเลสคุสจากไซบีเรีย และโปรเซอราโตซอรัสจากอังกฤษ บรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของพวกมันถูกพบในยุคจูแรสสิกตอนกลาง หรือประมาณ 165 ล้านปีก่อน

แล้วไทแรนโนซอร์จากไทยล่ะ?

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส ถูกค้นพบโดยคุณสมชัย เตรียมวิชานน (กรมทรัพยากรธรณี) ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 1993 และได้รับการตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดยอีริก บุฟโต้, ไฮยั่น ตง และวราวุธ สุธีธร เมื่อปี 1996 โดยในรายงานฉบับนั้นระบุว่าสยามโมไทแรนนัสอาจจะเป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของทีเร็กซ์ แต่รายงานการวิจัยเมื่อปี 2012โดยแมททิว คาราโน่และทีม ระบุว่ามันอยู่ในกลุ่มMetriacanthosauridaeคล้ายกับ Sinraptor จากจีนมากกว่า สำหรับรายละเอียดและข้อมูลล่าสุดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยครับ

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส

กายวิภาค

ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกว่าเป็นไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์มีหลายอย่างด้วยกัน นอกจากจะเป็นนักล่าสองขาขนาดใหญ่แล้ว พวกมันมีฟันหน้าเป็นรูปตัวดีเมื่อตัดตามขวาง (D – shaped) และมีลักษณะคล้ายฟันตัด เช่นฟันหน้าของเรา (incisor – like) กระดูกจมูก (nasal) เชื่อมกันเพื่อลดและซับแรงกระแทกระหว่างงับเหยื่อ กระดูกสะโพกมีร่องรอยของจุดเชื่อมกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ในไทแรนโนซอรัสและญาติสนิทยังมีกระโหลกที่ใหญ่และกล้ามเนื้อขากรรไกรที่หนา มีฟันที่หนาด้านข้างแบบกล้วยหอมแทนที่จะเป็นฟันแบบใบมีดเหมือนไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มอื่นๆ และลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ขาหน้าหรือแขนที่เล็กเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว

จากการสแกนกระโหลกทีเร็กซ์พบว่ามันมีสมองส่วนดมกลิ่น หรือ olfactory lobesที่ใหญ่บ่งบอกถึงความสามารถในการดมกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ ในส่วน cochlear และ semicircular canals ในหูชั้นในบ่งบอกว่ามันสามารถรับเสียงที่มีความถี่ต่ำได้อย่างดี

ขน หรือ เกล็ด หรือทั้งสองอย่าง?

ไม่มีการค้นพบฟอซซิลผิวหนังของทีเร็กซ์ แต่มีการค้นพบรอยประทับของขนในบรรพบุรุษของทีเร็กซ์จากจีน ขนที่ว่ามีหน้าตาคล้ายขนนกอย่างง่าย (protofeather) เป็นไปได้ว่าทีเร็กซ์อาจจะมีขนแบบง่ายนี้ปกคลุมบางส่วน เช่นแขนและหัว เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม หรือทีเร็กซ์วัยเด็กอาจมีขนปกคลุมเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายก็เป็นได้

อัตราการเจริญเติบโต

การศึกษากระดูกทีเร็กซ์ทั้งจากตัวเต็มวัยและตัวอ่อนในระยะต่างๆกัน แล้วหาข้อมูลทางสถิติบ่งบอกว่า ทีเร็กซ์โตเต็มวัยที่อายุ 20ปี และส่วนใหญ่อยู่ไม่เกินอายุ 25ปีอัตราการเจริญสูงสุดคือ 767 กิโลกรัมต่อปี (kg per year) หรือ 2 กิโลกรัมต่อวัน (kg per day)

พฤติกรรม

จากการศึกษาศาสตร์ทางชีวกลศาสตร์หรือ biomechanics ร่วมกับฟิสิกซ์และคอมพิวเตอร์โปรแกรม บอกเราว่า ทีเร็กซ์สามารถวิ่งได้ระดับช้าถึงระดับกลาง ความเร็วสูงสุดประมาณ 5 – 11 เมตรต่อวินาที เทียบกับม้าแข่งที่วิ่งเร็วประมาณ 20 เมตรต่อวินาที

หลักฐานจากร่องรอยต่างๆในฟอซซิล เช่นรอยกัด ฟอซซิลมูล บ่งบอกว่าทีเร็กซ์และญาติๆนั้นกินทุกอย่างและรวมถึงการกินไทแรนโนซอร์ชนิดอื่นด้วย รอยกัดบอกว่าทีเร็กซ์นั้นกัดเหยื่อไปจนถึงกระดูกและกินกระดูกนั้นด้วย บางครั้งมีการค้นพบฟอซซิลไทแรนโนซอร์หลายตัวอยู่ด้วยกัน บ่งบอกว่า พวกมันอาจอยู่เป็นฝูงหรืออย่างน้อยก็มีการรวมกลุ่มกันเป็นครั้งคราว

ทีเร็กซ์และญาติๆอาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบชื้นปานกลางหรือชื้นตามฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะเรายังไม่พบไทแรนโนซอร์ในภูมิอากาศแบบอื่นก็เป็นได้

มีคำถามที่น่าสนใจคือ ทีเร็กซ์เป็นนักล่าหรือกินซาก จากหลักฐานที่พบทั้งซากตัวอ่อนของเหยื่อในท้อง หรือร่องรอยบาดแผลของเหยื่อที่ได้รับการสมานหลังจากการถูกโจมตีโดยไทแรนโนซอร์บ่งบอกว่า ทีเร็กซ์และญาติๆอาจจะเป็นทั้งนักล่าและกินซากเหมือนกับนักล่าในปัจจุบันก็เป็นได้ แต่เรื่องที่พวกมันเป็นสุดยอดนักล่าในห่วงโซ่อาหารนั้นคงเป็นเรื่องจริงแท้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

อ้างอิง

Brusatte, S. L. 2012. Dinosaur Paleobiology. xiv + 322 pp. Wiley-Blackwell.

Brusatte, S. L. et al. 2010. Tyrannosaur paleobiology: new research on ancient exemplar organisms. Science, 329: 1481–1485.

Buffetaut, E., Sutethorn, V. and Tong, H. 1996. The earliest known tyrannosaur from the Lower Cretaceous of Thailand. Nature, 381: 689-691.

Carrano, M. T., Benson, R. B., and Sampson, S. D. 2012. The Phylogenetic of Tetanurae (Dinosauria: Theropoda). Journal of Systematic Palaeontology. 10 – 2: 211 – 300.

Osborn, H. F. 1905. Tyrannosaurus and other Cretaceous carnivorous dinosaurs. Bulletin of the AMNH. 21(14): 259–265.

Samathi, A. 2013. Osteology and Phylogenetic Position of Siamotyrannus isanensis (Dinosauria; Theropoda) from the Lower Cretaceous of Thailand. Unpublished Master Thesis. Ludwig – Maximilians – Universität München.

Switex, B. 2013. The truth about T. rex. Nature. 502: 424 – 426.

ไดโน่จากจีน

ไดโน่จากจีนและความตื่นเต้นประจำวันของผม

มันเป็นหนังสือรายงานการวิจัยไดโนเสาร์จากจีนตัวหนึ่งครับ ออกมาเมื่อปี1998 เมื่อคืนผมนั่งหาไฟล์มันอยู่ทั้งคืน ก็มีแต่ให้สั่งซื้อ (30-40ยูโรแน่ะ) ไม่มีให้โหลดฟรี กรุ๊ปในเฟสก็ไม่เห็นมีคนเอามาปล่อยแฮะ ก็คิดๆอยู่ว่าเอาไงดี
พอวันนี้ที่ห้องแลบ เดินๆดูชั้นหนังสือที่เป็นโซนงานวิจัยเก่าๆจากจีนซึ่งปกติผมก็ชอบมาเดินดูเล่นๆอยู่แล้ว แล้วก็บังเอิญเจอเจ้าเล่มที่หาอยู่พอดีนี่แหละครับ แทบกรี๊ด >___< ทำไมปกติไม่เคยเห็นเจ้าเล่มนี้มาก่อนเลยนะ

ปล แต่มันเป็นภาษาจีน Y_______Y

yangchuan

Sinraptor ‘Yangchuanosaurus’ hepingensis : a sinraptorid from the Late Jurassic, Sichuan Basin, China.

กระดูกสันหลังชิ้นที่เท่าไหร่?

บันทึกชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกสาขาบรรพชีวินวิทยา ณ ดินแดนเยอรมัน ๑)

เมื่อวานนั่งอ่านรายงานวิจัยอันนึงเกี่ยวกับ pneumaticity หรือลักษณะการมีร่องหรือโพรงที่กระดูกสันหลังของไดโนเสาร์คอยาวซอโรพอด รวมถึงไดโนเสาร์กินเนื้อเทอโรพอดและนกครับ อ่านไปๆก็ต้องตื่นเต้นสุดขีด เมื่อข้อมูลบางอย่างในนั้นจะสามารถช่วยไขปัญหางานวิจัยสมัยปริญญาตรีของผมได้ ซึ่งงานปริญญาตรีของผมอันนั้นผมเคยเข้าใจว่า คำถามนั้นคงจะไม่สามารถหาคำตอบได้แน่ๆ

งานวิจัยปริญญาตรีของผม สมัยเรียนสาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ผมศึกษากระดูกสันหลังไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยกระดูกสันหลังห้าชิ้น บทสรุปหนึ่งที่ได้คือ มันคือ mid-dorsal vertebrae นั่นคือมันอยู่ตำแหน่งตรงกลางๆของกระดูกสันหลังส่วนหลัง ไม่สามรถระบุได้ลึกกว่านี้ว่าเป็นชิ้นที่เท่าไหร่

งานวิจัยปริญญาตรีชิ้นนี้ก็เป็นงานต่อเนื่องมาจนถึงงานวิจัยปริญญาโทของผม ณ มหาวิทยาลัย LMU กรุงมิวนิคครับ แต่คำถามนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป ผมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์กินเนื้อที่นี่คนนึง เขาก็บอกว่าคงไม่สามารถระบุแน่ชัดลงไปได้ (จริงๆส่วนหนึ่งคือเขาไม่ได้เห็นชิ้นตัวอย่าง และไม่ได้ใช้เวลามากพอ ไม่งั้นอาจจะพอบอกได้ก็ได้ครับ) ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นก็บอก อืมๆ โอเค สรุปไปว่า mid-dorsal แหละ แค่นี้ก็พอแล้ว  >___<

จนเมื่อวาน ผมนั่งอ่านเอกสารไป ก็เจอข้อมูลที่ว่า ลักษณะบางอย่างของ lamina หรือสันที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆในกระดูกสันหลังนั้น พอจะสามารถบอกตำแหน่งของกระดูกสันหลังได้ เพราะมันมีความแตกต่าง เช่น ในกระดูกชิ้นที่สี่กับห้า จะมีการเรียงตัวของเจ้าสันนี้แตกต่างกัน และโชคดีที่กระดูกสันหลังห้าชิ้นที่ผมศึกษานั้น มีความแตกต่างระดับหนึ่งของชิ้นหน้าและชิ้นหลัง น่าจะใช้นำมาแยกแยะความแตกต่างได้ (นึกภาพว่า ถ้าทั้งหมดเป็นกระดูกสันหลังส่วนกลางที่มีลักษณะสำคัญๆเหมือนกัน แทบจะแยกความแตกต่างไม่ได้ เราก็คงจะบอกอะไรไม่ได้มากนักจากชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่ถ้าเป็นชิ้นที่ติดกับกระดูกส่วนคอ กับชิ้นที่ติดกับส่วนหลัง จะมีความแตกต่างพอให้เราระบุตำแหน่งของมันได้) เท่านี้ ผมก็คิดว่าคำถามที่ผมสงสัยมานานน่าจะมีทางไปสู่คำตอบแล้วครับ อ้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ต้องเอาไปเทียบกับข้อมูลของไดโนเสาร์ตัวอื่นๆต่อนะครับ

สำหรับผม ไม่จำเป็นต้องเป็นการค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่หรอกครับที่ทำให้ผมตื่นเต้นได้ แค่การค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ลักษณะใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนชื่อของไดโนเสาร์นี่ ก็สุดๆแล้ว ^__^

 

ภาพประกอบจาก http://svpow.com/2007/11/10/tutorial-4-laminae/

จากภาพประกอบ เส้นสีแดงในรูปคือ lamina หรือสันที่เชื่อมส่วนต่างๆของกระดูกสันหลังครับ เช่น SPRL เชื่อม prezygapophysis กับ neural spine ว่าแต่ ผมก็ไม่ทราบว่าแปลเป็นไทยว่ายังไงนะครับ  เพราะยังไม่เคยเห็นคำแปลแฮะ >.,<

laminae