ATPER 2016 Brussel

งานประชุมประจำปี 2016 สมาคมนักวิชาชีพไทยในภูมิภาคยุโรป Association of Thai Professional in European Region (ATPER) โดยสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซล และ วท. สกอ. สวทช.

IMG_9286 2.png

s__117628937

ไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่จากเยอรมนี

ไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ตระกูลเมกะโลซอร์จากเยอรมนี

ข่าวการค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ ชื่อ Wiehenvenator albati (วีนเวเนเตอร์ อัลบาตี้) จากยุคจุราสสิคตอนกลาง แคว้นนอร์ดไรน์เวสฟาเล่น ประเทศเยอรมนี ขนาดยาวประมาณ 7-8 เมตร ซึ่งถือเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบในประเทศเยอรมนี มันถูกจัดจำแนกอยู่ในกลุ่มเมกะโลซอริเด้ (Megalosauridae) ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้ในยุโรป อเมริกาเหนือ แอฟริกา และอาจจะในเอเชีย (ประเทศจีน) ครับ

ลิ้งอ้างอิงข่าวและรูปประกอบจาก: http://palaeo-electronica.org/content/2016/1536-german-jurassic-megalosaurid

Wiehenvenator

ส่วนรูปข้างล่างนี้คือกะโหลกของเจ้า Wiehenvenator ที่ผมถ่ายที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเมืองมึนส์เตอร์ เมื่อปี 2014 ครับ

IMG_8724

Dinos in Thailand

ไดโนเสาร์ในประเทศไทยและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากับงานด้านการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์อย่างยั่งยืน

บทคัดย่อ

ในประเทศไทยมีการค้นพบไดโนเสาร์ห้ากลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มไดโนเสาร์คอยาวซอโรพอด กลุ่มกินเนื้อเทอโรพอด ไดโนเสาร์ปากเป็ดออร์นิโทพอด ไดโนเสาร์มีกระโดงสเตโกซอร์ และไดโนเสาร์ปากนกแก้วซิตตะโกซอร์ซึ่งเป็นกลุ่มเซอราท็อปเซี่ยนโบราณ มีการตั้งชื่อแล้วแปดชนิด นับว่ามีความหลากหลายสูง ความรู้เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของสัตว์มีกระดูกสันหลัง การกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ บรรพนิเวศวิทยา และความเป็นมาของโลกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ความรู้เหล่านี้ยังสามารถนำไปพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาได้อีกด้วย

การศึกษาและการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์เป็นพันธกิจหลักของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาซึ่งถือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักนอกเหนือจากศูนย์วิจัยที่สังกัดมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทยพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยามีบทบาททั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ความรู้แก่ชุมชน นักเรียนนักศึกษา และทำวิจัยเพื่อเผยแพร่ความรู้ในระดับนานาชาติ บทความนี้จะกล่าวถึงข้อมูลของงานวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยาไดโนเสาร์ไทยโดยสรุปและบทบาทของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาที่มีต่อการวิจัยและการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์อย่างยั่งยืน

บทความไดโนเสาร์และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ในประเทศไทย เขียนลงหนังสือประกอบงานประชุมวิชาการนักเรียนไทยในเยอรมนี ประจำปี 2558 ณ เมืองไฮเดลแบร์ก (TSIS: Thai Student Interdisciplinary Symposium 2015 Heidelberg) เชิญทัศนาครับ :3

ปล.1 บทความนี้เขียนขึ้นก่อนการรายงานการศึกษาไดโนเสาร์ปากเป็ดชนิดใหม่จากโคราชนะครับ เลยอาจจะยังไม่อัพเดทที่สุด :3

ปล.2 ฟอสซิลไข่ที่ในบทความบอกว่าเป็นของไดโนเสาร์ จริงๆแล้วเป็นของกิ้งก่าชนิดหนึ่งนะครับ อันนี้ก็ได้รับการ update หลังจากบทความนี้ครับ ><

ลิ้งไปยังไฟล์ PDF ครับ Dino Museum Thailand_TSIS 2015

บอนน์เบิร์ด#5

สถานที่ Waldau, Bonn

วันที่9 April 2016

Bluetit, Greattit, Chaffinch, Treecreeper, Middle spotted woodpecker, Great spotted woodpecker, Green woodpecker, Nuthatch, Robin, Jay, Starling, เหยี่ยว Buzzard

หลังจากทำงานอยู่หน้าจอคอมมาทั้งอาทิตย์ นั่งจ้องรูปฟอสซิลไดโนเสาร์จนมึนๆ ก็เลยถือโอกาสในวันอากาศดีมาเดินป่าเสียหน่อยครับ ป่าWaldau อยู่ไม่ไกลจากบ้านพวกเรามาก นั่งรถเมล์สุดสาย จริงๆเคยไปเดินเล่นที่ป่านี้มาสองสามครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งคือเดินตามเส้นทางเดินครับ รอบนี้เลยลองเดินลุยเข้าไปในป่า แบบมั่วๆเสียเลย อาศัยว่าดูสารคดีของแบร์ กริลมาเยอะ อยากลุยป่าแบบนั้นบ้าง 555 รอบนี้ได้นิวเร็คคอร์ดของชมรมเพียบเลยครับ ทั้งนกหัวขวานสามชนิด นกtreecreeper เหยี่ยวที่เห็นแบบจะจะ และนกตัวเล็กตัวน้อยอีกเพียบครับ

จังหวะประทับใจคือตอนเจอนกหัวขวานสองชนิดมาเกาะต้นไม้ใกล้ๆกันครับ เพราะตอนนั้นมัวแต่คุยไม่ได้สังเกตนกเลย ฮ่าๆๆ อีกตอนคือ นกเหยี่ยวบินลงมาเกาะกิ่งไม้ไม่ไกลจากที่พวกเรายืนอยู่ครับ ปกติจะเห็นเหยี่ยวเฉพาะตอนที่มันบินอยู่ไกลๆ แต่นี่ได้เห็นใกล้ๆ ตัวมันใหญ่มากครับ