ไทแรนโนซอรัส: กิ้งก่าทรราชย์

Tyrannosaurus rex : Tyrant lizard king

ประวัติการค้นพบ

ไทแรนโนซอรัสถูกค้นพบเมื่อปี1902และได้รับการตั้งชื่อและตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดย เฮนรี่ ออสบอร์น เมื่อปี1905 โดยในรายงานการวิจัยฉบับเดียวกันนั้น ออสบอร์นได้รายงานการศึกษาไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่อีกชนิดซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี1900และตั้งชื่อมันว่า ไดนาโมซอรัส อิมพีริโอซัส (Dynamosaurus imperiosus = Imperial powerful lizard ) ออสบอร์นค้นพบในเวลาต่อมาว่า ไดนาโมซอรัสและไทแรนโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ชนิดเดียวกัน และโชคดีที่ชื่อและรายงานการวิจัยของไทแรนโนซอรัสอยู่ในลำดับก่อนหน้าไดนาโมซอรัสเพียงแค่หน้าเดียว (หน้าที่4และ5ตามลำดับ) ซึ่งตามหลักการแล้วแม้ว่าไดนาโมซอรัสจะถูกค้นพบก่อน แต่ก็ต้องยึดถือตามชื่อที่ได้รับการตั้งก่อน ไดนาโมซอรัสจึงกลายเป็นชื่อรองหรือ junior synnonymไปแทน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีไดโนเสาร์ที่ชื่อไทแรนโนซอรัสเป็นแน่

รูปบนคือ ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2013 ส่วนรูปด้านล่างคือภาพวาดจากงานวิจัยของออสบอร์น ปี 1905
รูปบนคือ ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2013 ส่วนรูปด้านล่างคือภาพวาดจากงานวิจัยของออสบอร์น ปี 1905

วิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์

ตามสายวิวัฒนาการแล้ว ไทแรนโนซอรัสและเหล่าญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก เช่น ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (Ornithomimosauria) กลุ่มแรพเตอร์และนก (Maniraptora) มากกว่าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่กลุ่มอื่นๆเช่น อัลโลซอรัส (ไดโนเสาร์กินเนื้อจากยุคจูราสสิค) และสไปโนซอรัส (ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ มีแผงกระโดงที่หลัง และมีกระโหลกยาวคล้ายจระเข้)

แผนภาพแสดงสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อ ภาพจาก http://ntamura.deviantart.com/art/Theropod-phylogeny-339550266
แผนภาพแสดงสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อ ภาพจาก http://ntamura.deviantart.com/art/Theropod-phylogeny-339550266

ญาติสนิทจากเอเชีย

ไทแรนโนซอรัสและญาติร่วมสมัย (เช่น กอร์โกซอรัสและอัลเบอร์โตซอรัสจากยุคครีเตเชียสตอนปลาย) พบได้เฉพาะในอเมริกาเหนือฝั่งตะวันตกเท่านั้น (ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) แต่ญาติสนิทที่สุดของไทแรนโนซอรัสนั้น จริงๆแล้วอยู่ที่เอเชียเรานี่เองครับ ซึ่งก็คือที่ประเทศมองโกเลียและจีน ชื่อของมันคือ Tarbosaurus bataar (Alarming hero lizard) จะว่าไปเรื่องจำนวนและความสมบูรณ์ของซากฟอซซิลของทาร์โบซอรัสที่ถูกค้นพบนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไทแรนโนซอรัสสักเท่าไหร่ แต่อาจเป็นเพราะการวิจัยและการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ญาติจากฝั่งอเมริกาเป็นที่รู้จักมากกว่า

อ่านเรื่องราวของทาร์โบซอรัสได้ที่ https://satorsaurus.wordpress.com/2012/10/11/tyrannosaurus-rex-vs-tarbosaurus-bataar/

นอกจากนี้ ไดโนเสาร์ที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าคุณปู่ของตระกูลไทแรนโนซอร์ก็พบที่ผืนทวีปยูเรเชีย เช่น กว้านหลง และยูไทแรนนัสจากจีน คิเลสคุสจากไซบีเรีย และโปรเซอราโตซอรัสจากอังกฤษ บรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของพวกมันถูกพบในยุคจูแรสสิกตอนกลาง หรือประมาณ 165 ล้านปีก่อน

แล้วไทแรนโนซอร์จากไทยล่ะ?

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส (Siamotyrannus isanensis) ถูกค้นพบโดยคุณสมชัย เตรียมวิชานน (กรมทรัพยากรธรณี) ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 1993 และได้รับการตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดยอีริก บุฟโต้, ไฮยั่น ตง และวราวุธ สุธีธร เมื่อปี 1996 โดยในรายงานฉบับนั้นระบุว่าสยามโมไทแรนนัสอาจจะเป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของทีเร็กซ์ แต่รายงานการวิจัยเมื่อปี 2012โดยแมททิว คาราโน่และทีม ระบุว่ามันอยู่ในกลุ่มMetriacanthosauridaeคล้ายกับ Sinraptor จากจีนมากกว่า สำหรับรายละเอียดและข้อมูลล่าสุดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยครับ

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส
สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส reconstruction ver.1 © สะตอซอรัส

กายวิภาค

ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกว่าเป็นไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์มีหลายอย่างด้วยกัน นอกจากจะเป็นนักล่าสองขาขนาดใหญ่แล้ว พวกมันมีฟันหน้าเป็นรูปตัวดีเมื่อตัดตามขวาง (D – shaped) และมีลักษณะคล้ายฟันตัดเช่นฟันหน้าของเรา (incisor – like), กระดูกจมูก (nasal) เชื่อมกันเพื่อลดและซับแรงกระแทกระหว่างงับเหยื่อ กระดูกสะโพกมีร่องรอยของจุดเชื่อมกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ในไทแรนโนซอรัสและญาติสนิทยังมีกระโหลกที่ใหญ่และกล้ามเนื้อขากรรไกรที่หนา มีฟันที่หนาด้านข้างแบบกล้วยหอมแทนที่จะเป็นฟันแบบใบมีดเหมือนไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มอื่นๆ และลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ขาหน้าหรือแขนที่เล็กเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว

จากการสแกนกระโหลกทีเร็กซ์พบว่ามันมีสมองส่วนดมกลิ่น หรือ olfactory lobesที่ใหญ่บ่งบอกถึงความสามารถในการดมกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ ในส่วน cochlear และ semicircular canals ในหูชั้นในบ่งบอกว่ามันสามารถรับเสียงที่มีความถี่ต่ำได้อย่างดี

ขนหรือเกล็ด หรือทั้งสองอย่าง?

ไม่มีการค้นพบฟอซซิลผิวหนังของทีเร็กซ์ แต่มีการค้นพบรอยประทับของขนในบรรพบุรุษของทีเร็กซ์จากจีน ขนที่ว่ามีหน้าตาคล้ายขนนกอย่างง่าย (protofeather) เป็นไปได้ว่าทีเร็กซ์อาจจะมีขนแบบง่ายนี้ปกคลุมบางส่วน เช่นแขนและหัว เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม หรือทีเร็กซ์วัยเด็กอาจมีขนปกคลุมเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายก็เป็นได้

อัตราการเจริญเติบโต

การศึกษากระดูกทีเร็กซ์ทั้งจากตัวเต็มวัยและตัวอ่อนในระยะต่างๆกัน แล้วหาข้อมูลทางสถิติบ่งบอกว่า ทีเร็กซ์โตเต็มวัยที่อายุ 20ปี และส่วนใหญ่อยู่ไม่เกินอายุ 25ปีอัตราการเจริญสูงสุดคือ 767 กิโลกรัมต่อปี (kg per year) หรือ 2 กิโลกรัมต่อวัน (kg per day)

พฤติกรรม

จากการศึกษาศาสตร์ทางชีวกลศาสตร์หรือ biomechanics ร่วมกับฟิสิกซ์และคอมพิวเตอร์โปรแกรม บอกเราว่า ทีเร็กซ์สามารถวิ่งได้ระดับช้าถึงระดับกลาง ความเร็วสูงสุดประมาณ 5 – 11 เมตรต่อวินาที เทียบกับม้าแข่งที่วิ่งเร็วประมาณ 20 เมตรต่อวินาที

หลักฐานจากร่องรอยต่างๆในฟอซซิล เช่นรอยกัด ฟอซซิลมูล บ่งบอกว่าทีเร็กซ์และญาติๆนั้นกินทุกอย่างและรวมถึงการกินไทแรนโนซอร์ชนิดอื่นด้วย รอยกัดบอกว่าทีเร็กซ์นั้นกัดเหยื่อไปจนถึงกระดูกและกินกระดูกนั้นด้วย บางครั้งมีการค้นพบฟอซซิลไทแรนโนซอร์หลายตัวอยู่ด้วยกัน บ่งบอกว่า พวกมันอาจอยู่เป็นฝูงหรืออย่างน้อยก็มีการรวมกลุ่มกันเป็นครั้งคราว

ทีเร็กซ์และญาติๆอาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบชื้นปานกลางหรือชื้นตามฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะเรายังไม่พบไทแรนโนซอร์ในภูมิอากาศแบบอื่นก็เป็นได้

มีคำถามที่น่าสนใจคือ ทีเร็กซ์เป็นนักล่าหรือกินซาก จากหลักฐานที่พบทั้งซากตัวอ่อนของเหยื่อในท้อง หรือร่องรอยบาดแผลของเหยื่อที่ได้รับการสมานหลังจากการถูกโจมตีโดยไทแรนโนซอร์บ่งบอกว่า ทีเร็กซ์และญาติๆอาจจะเป็นทั้งนักล่าและกินซากเหมือนกับนักล่าในปัจจุบันก็เป็นได้ แต่เรื่องที่พวกมันเป็นสุดยอดนักล่าในห่วงโซ่อาหารนั้นคงเป็นเรื่องจริงแท้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

อ้างอิง

Brusatte, S. L. 2012. Dinosaur Paleobiology. xiv + 322 pp. Wiley-Blackwell.

Brusatte, S. L. et al. 2010. Tyrannosaur paleobiology: new research on ancient exemplar organisms. Science, 329: 1481–1485.

Buffetaut, E., Sutethorn, V. and Tong, H. 1996. The earliest known tyrannosaur from the Lower Cretaceous of Thailand. Nature, 381: 689-691.

Carrano, M. T., Benson, R. B., and Sampson, S. D. 2012. The Phylogenetic of Tetanurae (Dinosauria: Theropoda). Journal of Systematic Palaeontology. 10 – 2: 211 – 300.

Osborn, H. F. 1905. Tyrannosaurus and other Cretaceous carnivorous dinosaurs. Bulletin of the AMNH. 21(14): 259–265.

Samathi, A. 2013. Osteology and Phylogenetic Position of Siamotyrannus isanensis (Dinosauria; Theropoda) from the Lower Cretaceous of Thailand. Unpublished Master Thesis. Ludwig – Maximilians – Universität München.

Switex, B. 2013. The truth about T. rex. Nature. 502: 424 – 426.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s