Godzilla Phylogeny

Short note on Godzilla phylogenetic tree

แผนผังวิวัฒนาการของก๊อดซิลล่า

๑) ก็อดจิฉบับปี 1954 (ตัวขวาสุดในรูป) คือไดโนเสาร์โบราณกลายพันธุ์จากการทดลองนิวเคลียร์ และน่าจะเป็นไดโนเสาร์กลุ่ม ceratosaurs เพราะมีขาหน้าสี่นิ้ว และมีเกล็ดขนาดใหญ่ที่หลัง ซึ่งในก็อดซิลล่า ได้พัฒนาไปเป็นกระโดงหลัง

๒) ก็อดซิลล่าฉบับ 1998 หรือที่เรียกกันว่าซิลล่า (ตัวซ้ายสุด) เป็นอิกัวน่ากลายพันธุ์ครับ อิกัวน่าถูกจัดอยู่ใน Lepidosauria ซึ่งรวมถึงพวกกิ้งก่า จิ้งจก ตะกวด และงู

๓) ก๊อดซิลล่าฉบับปี 2014 (ตัวกลาง) นักวิจัยท่านยังแตกเป็นสองเสียงครับ ว่าจะเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่วิวัฒน์มาทางสายไดโนเสาร์ (กลุ่มceratosaurs)แบบเดียวกับตัวดั้งเดิมของทางญี่ปุ่น หรือมาจากสายจระเข้(โบราณ) จากหลักฐานคือ การใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเป็นส่วนมาก เกล็ดที่หลังคอคล้ายกับของอลิเกเตอร์ กระโดงหลังที่พัฒนามาจากเกล็ดหลังซึ่งพบได้ทั่วไปในสัตว์กลุ่มจระเข้ ขาหน้ามีสี่นิ้ว ซึ่งในกลุ่มสายจระเข้นี้ มีหลายชนิดด้วยกันที่พัฒนาจนเดินสองขาและมีขายื่นออกมารับน้ำหนักใต้ลำตัวแบบไดโนเสาร์เช่นกันครับ

Godji phylogeny

ที่มาภาพ:

http://fc01.deviantart.net/fs70/i/2014/126/e/4/zilla__gino__godzilla_1998__skeleton_by_franz_josef73-d7h8dxo.jpg

http://piratevinyldecals.com/wps/wp-content/uploads/2014/03/Godzilla-PV208.png

http://farm8.staticflickr.com/7408/11721027043_8dc32f4198_o.jpg

facebook.com/photo.php?fbid=10152097944155593&set=a.10152002073560593.883493.748570592&type=1&theater

Deinocheirus (มืออันหน้าสะพรึงกลัว)

ตอนเด็กๆเคยอ่านสารคดีเกี่ยวกับกรงเล็บปริศนาของ ไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง เป็นฟอซซิลกระดูกขาหน้าที่ยาวประมาณสองเมตรครึ่ง ชื่อเจ้าของขาหน้านี้คือ Deinocheirus (แปลว่า มืออันหน้าสะพรึงกลัว) อยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (ornithomimosaurs)ขนาดใหญ่ ถูก ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1965 ในทะเลทรายโกบี ประเทศมองโกเลีย สิ่งที่ชวนสงสัยคือ หน้าตาของเจ้าDeinocheirusเนี่ย เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเราพบเพียงแค่ขาหน้าของมันเท่านั้น (ภายหลังมีการค้นพบชิ้นส่วนอื่นๆเพิ่มเติม รวมถึงกะโหลกด้วย แต่น่าเสียดายที่ส่วนของกะโหลกนั้นได้ถูกขโมยออกไป)

แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นก็คือ ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนกะโหลกที่ถูกขโมยไปนี่แหละครับ ซึ่งมันมีขนาดพอๆกับขาหน้าและชิ้นส่วนอื่นๆ นักวิจัยจึงแน่ใจว่าพวกเขาได้พบกะโหลกที่ถูกขโมยไปของเจ้าของกรงเล็บปริศนา นี่เข้าให้แล้ว และความไม่ธรรมดาของมันนอกจากจะอยู่ที่ขาหน้าที่ใหญ่โตมโหฬาร บนรูปร่างที่คล้ายนกกระจอกเทศแล้ว กะโหลกของมันก็มีลักษณะประหลาดคือปากมีรูปร่างคล้ายกับปากของไดโนเสาร์ปาก เป็ด(hadrosaurs)! นั่นคือมองผิวเผินอาจจะนึกว่าเป็นกะโหลกของไดโนเสาร์ปากเป็ดก็เป็นได้!!

สำหรับตอนนี้ก็ทำได้แค่รอรายงานการวิจัยออกมานี่ล่ะครับ แหม่^^

http://www.newscientist.com/article/dn25551-stolen-dinosaur-head-reveals-weird-hybrid-species.html#.U3JlHoGSz_D

Image

ภาพกะโหลกของDeinocheirus http://tremendouslyimpressive.wordpress.com/2014/05/06/a-deinocheirus-skull/

Image

ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนเพิ่มเติม http://tremendouslyimpressive.wordpress.com/2013/11/16/new-deinocheirus-discoveries/

 

ทำไมสนใจเรียนด้านไดโนเสาร์

ทำไมสนใจเรียนด้านไดโนเสาร์ ทำไมสนใจศึกษาไดโนเสาร์ เป็นคำถามที่ผมถูกถามอยู่บ่อยๆ แต่คำตอบนั้นไม่สามารถตอบได้ในไม่กี่ประโยค เพราะจริงๆมันเป็นผลพวงยาวนาน ตั้งแต่ตอนผมเด็กๆเลยครับ และแน่นอน ไม่ใช่เพราะภาพยนตร์เรื่องจูราสสิก ปาร์ค หรือก๊อดซิลล่าแน่ๆที่ทำให้ผมหันมาเอาดีทางด้านนี้ (แต่ก็มีส่วนนะครับในแง่นึง เดี๋ยวผมจะเล่าต่อไป^^)

ตอนเด็กๆผมชอบดูอุลตร้าแมน ก็อดซิลล่า ขบวนการห้าสี การ์ตูนพวกนี้ทำให้ผมเริ่มหยิบจับปากกามาวาดรูปเป็นครั้งแรก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมก็ชอบวาดรูปและอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน พอโตหน่อยก็นึกถึงว่า เอ เรียนสถาปัตย์ดีมั้ยนะ?

ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งผมชอบดูรายการสารคดีสัตว์โลก ที่ปลื้มมากๆก็เช่น สตีฟ เออร์วินแห่ง crocodile hunter โดยผมเน้นไปสนใจทางด้านสัตว์มากกว่าสิ่งอื่น อาจเป็นเพราะพ่อผมชอบพาไปเที่ยวสวนสัตว์ด้วยก็เป็นได้

ประจวบเหมาะกับตอน ม.ปลายได้มีโอกาสไปเข้าค่าย สอวน.ชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) เป็นการเปิดโลกให้ผมได้ค้นพบตัวตนทั้งความชอบและความถนัด ได้เห็นว่าพวกอาจารย์มหาวิทยาลัยเขาทำอะไรกัน งานด้านชีววิทยามีอะไรบ้าง และไปถึงไหนกันแล้ว และในช่วงนั้น เพื่อนผมคนหนึ่งได้ทุนไปต่างประเทศ(คือประเทศเยอรมนี) นั่นจึงเป็นการจุดประกายการอยากไปเรียนต่างประเทศ(โดยเฉพาะเยอรมนี><)ของผมเป็นครั้งแรก และหนทางนึงก็คือเรียนด้านวิทยาศาสตร์นี่แหละ เพราะมันน่าจะมีทุนเยอะนะ เด็กบ้านนอกอย่างผมคิดในสมัยนั้น

ช่วงเอนทรานซ์ ผมนั่งคิดวิเคราะห์ ๑) ผมชอบวาดรูป แต่จะไม่เรียนด้านศิลปะแน่ๆ เพราะแข่งขันสูง เลี้ยงตัวยาก และผมอยากทำงานที่มีคุณค่าของมัน ในตัวมันเอง ไม่ใช่คุณค่าที่ได้มาจากลูกค้า ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบงานของเรา ๒) ผมชอบและถนัดด้านชีวะ

ตัวเลือกของผมจึงมี สถาปัตย์ สัตวแพทย์ และชีววิทยา ผมตัดสถาปัตย์ออกเพราะ เช่นเดิม แข่งขันสูงแน่ๆ (แต่จริงๆสายไหนๆก็แข่งขันสูงเนอะ^^) และงานก็ต้องตามใจลูกค้าซึ่งผมไม่ชอบ(อีกครั้ง ตามความเข้าใจของเด็กม.ปลายบ้านนอก ณ ขณะนั้นนะครับ^^) ผมตัดสัตวแพทย์ออก เพราะผมไม่อยากอยู่กับสัตว์ป่วย เหลือชีววิทยา ผมจะได้ศึกษาสัตว์และได้วาดรูป(ประกอบการศึกษาและวิจัย) และโอกาสหาทุนไปต่างประเทศ (โตขึ้นถึงได้รู้ว่าสาขาอื่นๆก็มีทุนไม่น้อยเหมือนกัน^^!) ปล คะแนนเอนท์ผมติดหมดทั้งสามคณะของมหาลัยรัฐนะครับ คะแนนผมไม่สูงมากแต่ยังพออยู่ในฐานะผู้เลือกได้ อ้อ ส่วนหมอนั้น ผมไม่ชอบ และโชคดีที่คะแนนไม่ถึงครับ 55

เข้าคณะวิทย์ มหิดล ผมตั้งใจจะเข้าภาคชีววิทยาอยู่แล้ว (ที่คณะวิทย์มหิดลเข้ามาปีแรกยังไม่แยกสาขาครับ เรียนรวมกันก่อนแล้วค่อยแยกตอนปีสอง) พอเข้าภาคไป ผมก็รู้แหละว่าตัวเองชอบสัตว์ ก็ตัดพวกพืช พวกศึกษาเซลล์ทิ้งไป ตอนปิดเทอมเคยไปทำแลบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ไม่เอาอ่ะ อยู่แต่ในห้องแลบไม่ชอบ ปิดเทอมอีกปีนึงมีโอกาสไปเข้าค่ายนิเวศวิทยาทางทะเล อยากเป็นนักวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล แต่พอเอาเข้าจริงก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ทะเลไม่ใช่ที่ที่เรารู้สึกปลอดภัย ขออยู่บนดินได้มั้ย จากนั้นก็ไปช่วยอาจารย์จับนกติดห่วงขา เป็นการศึกษาประชากรและการอพยพ เกือบใช่แล้ว แต่มันต้องตื่นเช้าแถมนกที่อยู่ตรงหน้าเราก็อยู่ไม่นาน เพราะหลังจากติดห่วงแล้วก็ต้องปล่อยไป สุดท้ายอาจารย์ผมเลยส่งผมไปกาฬสินธุ์ครับ ไปดูที่นักวิจัยเขากำลังศึกษาไดโนเสาร์กัน อาจารย์เห็นผมชอบวาดรูป อีกอย่างมันคงเป็นตัวเลือกท้ายๆแล้วมั้ง ถ้าผมยังไม่ชอบอีกจะไปทำอะไรล่ะทีนี้

ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าชอบงานด้านอนุกรมวิธานหรือ taxonomy (สัตว์มีกระดูกสันหลัง/แมลง) ไม่ได้ออกแนวนิเวศวิทยามากนัก(ประมาณช่วงปีสาม/ปีสี่) และผมพบว่า สายงานด้านนี้ในเมืองไทยนั้น มีคนเก่งๆเยอะ โอกาสที่ผมจะก้าวมาอยู่แนวหน้าคงต้องใช้เวลาสะสมความรู้อีกหลายปี เช่น บ้านเรามีคนรู้เรื่อง กบ งู นก แมลง ปลาเยอะมากครับ ในขณะที่งานวิจัยด้านไดโนเสาร์นั้นบ้านเรายังขาดคนอยู่

ผมในฐานะเด็กใต้ พอจะรู้ว่าเมืองไทยมีไดโนเสาร์ แต่ไม่เคยรู้ว่าสาขานี้ ยัง”มีชีวิต”อยู่และกำลังเติบโตจนเมื่อผมได้ไปเห้นกับตานี่แหละครับ เอาเข้าจริงตอน ม.ปลายกับตอน ป.ตรีปีหนึ่งผมก็แอบสนใจด้านนี้นะ เพียงแต่คิดว่าบ้านเราคงไม่มีการค้นพบอะไรใหม่ๆแล้ว เชยจริง^^!

AR-140519499

ภาพประกอบ พี่ก๊อดจิในหมูเกาะบิกินี่ช่วงประมาณปี 1945 ภาพจากอินเตอร์เนทครับ (จำเวปไซต์มิได้><!)

ป้าลูซี่

เขาว่า ป้าลูซี่ หนึ่งในบรรพบุรุษมนุษย์น่าจะเดินสองขาเหมือนเรามากกว่าสี่ขาแบบชิมแพนซี โดยดูจากรูปร่างกระดูกหน้าแข้งส่วนที่ต่อกับข้อเท้า และกระดูกข้อเท้า

ปล สารคดีตอนนี้นำเสนอเรื่องราวได้ชัดเจนและเข้าใจง่ายดีครับ

สารคดีดีดีจาก มิติโลกหลังเที่ยงคืน
เพิ่มเติมสำหรับผู้สนใจ http://efossils.org/book/tibia-talus-ankle

1017449_10152948608660593_1590076038_n

Dysalotosaurus

ฟอซซิลกะโหลกของ Dysalotosaurus ไดโนเสาร์กินพืชสองขาขนาดเล็ก
จาก Tendaguru, Tanzania
Paläontologisches Museum München

Image

Europasaurus

หน้า: ฟอซซิลกระดูกกรามล่างของไดโนเสาร์กินพืชคอยาวพันธุ์แคระ ชื่อEuropasaurus ค้นพบใกล้กับเมืองGoslar, Lower Saxony (Niedersachsen) ประเทศเยอรมนี
หลัง: ฟันของไดโนเสาร์กินพืชคอยาวขนาดยักษ์ตระกูลเดียวกันจากแอฟริกา Giraffatitan หรือเจ้ายีราฟยักษ์
Paläontologisches Museum, München

Image

Carnotaurus with feather?

มีเกล็ดเหมือนกิ้งก่า ผิวหนังเปลือยเปล่าแบบช้าง หรือมีขนแบบนก?

Carnotaurus sastrei จากอาร์เจนติน่า

Image