ทีโนฟอร่า หวีวุ้นปริศนา

สมันตอนเด็กๆก็เรียนมาว่า พวกทีโนฟอร่า (Ctenophora) หรือหวีวุ้นนี้ เป็นสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแมงกระพรุนหรือไนดาเรีย (Cnidaria) รวมกันอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ซีเลนเทอราตา (Coelenterata) แต่จากงานวิจัยของทีมจากอเมริกานี้พบว่า ทีโนฟอร่าเป็นกลุ่มที่แยกออกไปจากสัตว์ทั้งหมด เอ่อ อธิบายลำบาก ดูตามรูปเลยครับ

และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ วิวัฒนาการของระบบประสาท ทีมวิจัยตั้งทฤษฎีว่า พวกทีโนฟอร่า ได้วิวัฒน์ระบบประสาทขึ้นมาต่างหากจากสัตว์อื่นๆที่เหลือ การศึกษาเจ้าสัตว์กลุ่มนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจพันธุกรรมโบราณที่อาจสูญหายไปในสัตว์กลุ่มอื่นๆครับ

Moroz et al 2014

แผนผังแสดงสายสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักสัตว์

 

อ้างอิง

http://www.nature.com/nature/journal/v510/n7503/full/nature13400.html

อ่านเพิ่มเติม

http://www.plosone.org/article/info%3Adoi%2F10.1371%2Fjournal.pone.0102976

ไทแรนโนซอรัส: กิ้งก่าทรราชย์

Tyrannosaurus rex : Tyrant lizard king

ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ : กิ้งก่าทรราชย์

ประวัติการค้นพบ

ไทแรนโนซอรัสถูกค้นพบเมื่อปี1902และได้รับการตั้งชื่อและตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดย เฮนรี่ ออสบอร์น เมื่อปี1905 โดยในรายงานการวิจัยฉบับเดียวกันนั้น ออสบอร์นได้รายงานการศึกษาไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่อีกชนิดซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี1900และตั้งชื่อมันว่าไดนาโมซอรัส อิมพีริโอซัส (Dynamosaurus imperiosus = Imperial powerful lizard ) ออสบอร์นค้นพบในเวลาต่อมาว่า ไดนาโมซอรัสและไทแรนโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ชนิดเดียวกัน และโชคดีที่ชื่อและรายงานการวิจัยของไทแรนโนซอรัสอยู่ในลำดับก่อนหน้าไดนาโมซอรัสเพียงแค่หน้าเดียว (หน้าที่4และ5ตามลำดับ) ซึ่งตามหลักการแล้วแม้ว่าไดนาโมซอรัสจะถูกค้นพบก่อน แต่ก็ต้องยึดถือตามชื่อที่ได้รับการตั้งก่อน ไดนาโมซอรัสจึงกลายเป็นชื่อรองหรือ junior synnonymไปแทน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีไดโนเสาร์ที่ชื่อไทแรนโนซอรัสเป็นแน่

ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค เยอรมนี ปี 2013

รูปบนคือ ฟอซซิลกรามล่างไดนาโมซอรัส ถ่ายที่งานแสดงแร่และฟอซซิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2013 ส่วนรูปด้านล่างคือภาพวาดจากงานวิจัยของออสบอร์น ปี 1905

วิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์

ตามสายวิวัฒนาการแล้ว ไทแรนโนซอรัสและเหล่าญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก เช่น ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (Ornithomimosauria) กลุ่มแรพเตอร์และนก (Maniraptora) มากกว่าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่กลุ่มอื่นๆเช่น อัลโลซอรัสและสไปโนซอรัส (ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ มีแผงกระโดงที่หลัง กระโหลกยาวคล้ายจระเข้)

theropod_phylogeny_by_ntamura-d5m5qnu

แผนภาพแสดงสายวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อ ภาพจาก http://ntamura.deviantart.com/art/Theropod-phylogeny-339550266

ญาติสนิทจากเอเชีย

ไทแรนโนซอรัสและญาติร่วมสมัย (เช่น กอร์โกซอรัสและอัลเบอร์โตซอรัสจากยุคครีเตเชียสตอนปลาย) พบได้เฉพาะในอเมริกาเหนือฝั่งตะวันตกเท่านั้น (ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) แต่ญาติสนิทที่สุดของไทแรนโนซอรัสนั้น จริงๆแล้วอยู่ที่เอเชียเรานี่เองครับ ซึ่งก็คือที่ประเทศมองโกเลียและจีน ชื่อของมันคือ Tarbosaurus bataar (Alarming hero lizard) จะว่าไปเรื่องจำนวนและความสมบูรณ์ของซากฟอซซิลของทาร์โบซอรัสที่ถูกค้นพบนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไทแรนโนซอรัสสักเท่าไหร่ แต่อาจเป็นเพราะการวิจัยและการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ญาติจากฝั่งอเมริกาเป็นที่รู้จักมากกว่า

อ่านเรื่องราวของทาร์โบซอรัสได้ที่ http://satorsaurus.wordpress.com/2012/10/11/tyrannosaurus-rex-vs-tarbosaurus-bataar/

นอกจากนี้ ไดโนเสาร์ที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าคุณปู่ของตระกูลไทแรนโนซอร์ก็พบที่ผืนทวีปยูเรเชีย เช่น กว้านหลง และยูไทแรนนัสจากจีน คิเลสคุสจากไซบีเรีย และโปรเซอราโตซอรัสจากอังกฤษ บรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของพวกมันถูกพบในยุคจูแรสสิกตอนกลาง หรือประมาณ 165 ล้านปีก่อน

แล้วไทแรนโนซอร์จากไทยล่ะ?

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส ถูกค้นพบโดยคุณสมชัย เตรียมวิชานน (กรมทรัพยากรธรณี) ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 1993 และได้รับการตีพิมพ์รายงานการวิจัยโดยอีริก บุฟโต้, ไฮยั่น ตง และวราวุธ สุธีธร เมื่อปี 1996 โดยในรายงานฉบับนั้นระบุว่าสยามโมไทแรนนัสอาจจะเป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของทีเร็กซ์ แต่รายงานการวิจัยเมื่อปี 2012โดยแมททิว คาราโน่และทีม ระบุว่ามันอยู่ในกลุ่มMetriacanthosauridaeคล้ายกับ Sinraptor จากจีนมากกว่า สำหรับรายละเอียดและข้อมูลล่าสุดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยครับ

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส

สยามโมไทแรนนัส อิสานเอ็นซิส

กายวิภาค

ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกว่าเป็นไดโนเสาร์กลุ่มไทแรนโนซอร์มีหลายอย่างด้วยกัน นอกจากจะเป็นนักล่าสองขาขนาดใหญ่แล้ว พวกมันมีฟันหน้าเป็นรูปตัวดีเมื่อตัดตามขวาง (D – shaped) และมีลักษณะคล้ายฟันตัด เช่นฟันหน้าของเรา (incisor – like) กระดูกจมูก (nasal) เชื่อมกันเพื่อลดและซับแรงกระแทกระหว่างงับเหยื่อ กระดูกสะโพกมีร่องรอยของจุดเชื่อมกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ในไทแรนโนซอรัสและญาติสนิทยังมีกระโหลกที่ใหญ่และกล้ามเนื้อขากรรไกรที่หนา มีฟันที่หนาด้านข้างแบบกล้วยหอมแทนที่จะเป็นฟันแบบใบมีดเหมือนไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มอื่นๆ และลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ขาหน้าหรือแขนที่เล็กเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว

จากการสแกนกระโหลกทีเร็กซ์พบว่ามันมีสมองส่วนดมกลิ่น หรือ olfactory lobesที่ใหญ่บ่งบอกถึงความสามารถในการดมกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ ในส่วน cochlear และ semicircular canals ในหูชั้นในบ่งบอกว่ามันสามารถรับเสียงที่มีความถี่ต่ำได้อย่างดี

ขน หรือ เกล็ด หรือทั้งสองอย่าง?

ไม่มีการค้นพบฟอซซิลผิวหนังของทีเร็กซ์ แต่มีการค้นพบรอยประทับของขนในบรรพบุรุษของทีเร็กซ์จากจีน ขนที่ว่ามีหน้าตาคล้ายขนนกอย่างง่าย (protofeather) เป็นไปได้ว่าทีเร็กซ์อาจจะมีขนแบบง่ายนี้ปกคลุมบางส่วน เช่นแขนและหัว เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม หรือทีเร็กซ์วัยเด็กอาจมีขนปกคลุมเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายก็เป็นได้

อัตราการเจริญเติบโต

การศึกษากระดูกทีเร็กซ์ทั้งจากตัวเต็มวัยและตัวอ่อนในระยะต่างๆกัน แล้วหาข้อมูลทางสถิติบ่งบอกว่า ทีเร็กซ์โตเต็มวัยที่อายุ 20ปี และส่วนใหญ่อยู่ไม่เกินอายุ 25ปีอัตราการเจริญสูงสุดคือ 767 กิโลกรัมต่อปี (kg per year) หรือ 2 กิโลกรัมต่อวัน (kg per day)

พฤติกรรม

จากการศึกษาศาสตร์ทางชีวกลศาสตร์หรือ biomechanics ร่วมกับฟิสิกซ์และคอมพิวเตอร์โปรแกรม บอกเราว่า ทีเร็กซ์สามารถวิ่งได้ระดับช้าถึงระดับกลาง ความเร็วสูงสุดประมาณ 5 – 11 เมตรต่อวินาที เทียบกับม้าแข่งที่วิ่งเร็วประมาณ 20 เมตรต่อวินาที

หลักฐานจากร่องรอยต่างๆในฟอซซิล เช่นรอยกัด ฟอซซิลมูล บ่งบอกว่าทีเร็กซ์และญาติๆนั้นกินทุกอย่างและรวมถึงการกินไทแรนโนซอร์ชนิดอื่นด้วย รอยกัดบอกว่าทีเร็กซ์นั้นกัดเหยื่อไปจนถึงกระดูกและกินกระดูกนั้นด้วย บางครั้งมีการค้นพบฟอซซิลไทแรนโนซอร์หลายตัวอยู่ด้วยกัน บ่งบอกว่า พวกมันอาจอยู่เป็นฝูงหรืออย่างน้อยก็มีการรวมกลุ่มกันเป็นครั้งคราว

ทีเร็กซ์และญาติๆอาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบชื้นปานกลางหรือชื้นตามฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะเรายังไม่พบไทแรนโนซอร์ในภูมิอากาศแบบอื่นก็เป็นได้

มีคำถามที่น่าสนใจคือ ทีเร็กซ์เป็นนักล่าหรือกินซาก จากหลักฐานที่พบทั้งซากตัวอ่อนของเหยื่อในท้อง หรือร่องรอยบาดแผลของเหยื่อที่ได้รับการสมานหลังจากการถูกโจมตีโดยไทแรนโนซอร์บ่งบอกว่า ทีเร็กซ์และญาติๆอาจจะเป็นทั้งนักล่าและกินซากเหมือนกับนักล่าในปัจจุบันก็เป็นได้ แต่เรื่องที่พวกมันเป็นสุดยอดนักล่าในห่วงโซ่อาหารนั้นคงเป็นเรื่องจริงแท้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

อ้างอิง

Brusatte, S. L. 2012. Dinosaur Paleobiology. xiv + 322 pp. Wiley-Blackwell.

Brusatte, S. L. et al. 2010. Tyrannosaur paleobiology: new research on ancient exemplar organisms. Science, 329: 1481–1485.

Buffetaut, E., Sutethorn, V. and Tong, H. 1996. The earliest known tyrannosaur from the Lower Cretaceous of Thailand. Nature, 381: 689-691.

Carrano, M. T., Benson, R. B., and Sampson, S. D. 2012. The Phylogenetic of Tetanurae (Dinosauria: Theropoda). Journal of Systematic Palaeontology. 10 – 2: 211 – 300.

Osborn, H. F. 1905. Tyrannosaurus and other Cretaceous carnivorous dinosaurs. Bulletin of the AMNH. 21(14): 259–265.

Samathi, A. 2013. Osteology and Phylogenetic Position of Siamotyrannus isanensis (Dinosauria; Theropoda) from the Lower Cretaceous of Thailand. Unpublished Master Thesis. Ludwig – Maximilians – Universität München.

Switex, B. 2013. The truth about T. rex. Nature. 502: 424 – 426.

ไดโน่จากจีน

ไดโน่จากจีนและความตื่นเต้นประจำวันของผม

มันเป็นหนังสือรายงานการวิจัยไดโนเสาร์จากจีนตัวหนึ่งครับ ออกมาเมื่อปี1998 เมื่อคืนผมนั่งหาไฟล์มันอยู่ทั้งคืน ก็มีแต่ให้สั่งซื้อ (30-40ยูโรแน่ะ) ไม่มีให้โหลดฟรี กรุ๊ปในเฟสก็ไม่เห็นมีคนเอามาปล่อยแฮะ ก็คิดๆอยู่ว่าเอาไงดี
พอวันนี้ที่ห้องแลบ เดินๆดูชั้นหนังสือที่เป็นโซนงานวิจัยเก่าๆจากจีนซึ่งปกติผมก็ชอบมาเดินดูเล่นๆอยู่แล้ว แล้วก็บังเอิญเจอเจ้าเล่มที่หาอยู่พอดีนี่แหละครับ แทบกรี๊ด >___< ทำไมปกติไม่เคยเห็นเจ้าเล่มนี้มาก่อนเลยนะ

ปล แต่มันเป็นภาษาจีน Y_______Y

yangchuan

Sinraptor ‘Yangchuanosaurus’ hepingensis : a sinraptorid from the Late Jurassic, Sichuan Basin, China.

กระดูกสันหลังชิ้นที่เท่าไหร่?

บันทึกชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกสาขาบรรพชีวินวิทยา ณ ดินแดนเยอรมัน ๑)

เมื่อวานนั่งอ่านรายงานวิจัยอันนึงเกี่ยวกับ pneumaticity หรือลักษณะการมีร่องหรือโพรงที่กระดูกสันหลังของไดโนเสาร์คอยาวซอโรพอด รวมถึงไดโนเสาร์กินเนื้อเทอโรพอดและนกครับ อ่านไปๆก็ต้องตื่นเต้นสุดขีด เมื่อข้อมูลบางอย่างในนั้นจะสามารถช่วยไขปัญหางานวิจัยสมัยปริญญาตรีของผมได้ ซึ่งงานปริญญาตรีของผมอันนั้นผมเคยเข้าใจว่า คำถามนั้นคงจะไม่สามารถหาคำตอบได้แน่ๆ

งานวิจัยปริญญาตรีของผม สมัยเรียนสาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ผมศึกษากระดูกสันหลังไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยกระดูกสันหลังห้าชิ้น บทสรุปหนึ่งที่ได้คือ มันคือ mid-dorsal vertebrae นั่นคือมันอยู่ตำแหน่งตรงกลางๆของกระดูกสันหลังส่วนหลัง ไม่สามรถระบุได้ลึกกว่านี้ว่าเป็นชิ้นที่เท่าไหร่

งานวิจัยปริญญาตรีชิ้นนี้ก็เป็นงานต่อเนื่องมาจนถึงงานวิจัยปริญญาโทของผม ณ มหาวิทยาลัย LMU กรุงมิวนิคครับ แต่คำถามนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป ผมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์กินเนื้อที่นี่คนนึง เขาก็บอกว่าคงไม่สามารถระบุแน่ชัดลงไปได้ (จริงๆส่วนหนึ่งคือเขาไม่ได้เห็นชิ้นตัวอย่าง และไม่ได้ใช้เวลามากพอ ไม่งั้นอาจจะพอบอกได้ก็ได้ครับ) ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นก็บอก อืมๆ โอเค สรุปไปว่า mid-dorsal แหละ แค่นี้ก็พอแล้ว  >___<

จนเมื่อวาน ผมนั่งอ่านเอกสารไป ก็เจอข้อมูลที่ว่า ลักษณะบางอย่างของ lamina หรือสันที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆในกระดูกสันหลังนั้น พอจะสามารถบอกตำแหน่งของกระดูกสันหลังได้ เพราะมันมีความแตกต่าง เช่น ในกระดูกชิ้นที่สี่กับห้า จะมีการเรียงตัวของเจ้าสันนี้แตกต่างกัน และโชคดีที่กระดูกสันหลังห้าชิ้นที่ผมศึกษานั้น มีความแตกต่างระดับหนึ่งของชิ้นหน้าและชิ้นหลัง น่าจะใช้นำมาแยกแยะความแตกต่างได้ (นึกภาพว่า ถ้าทั้งหมดเป็นกระดูกสันหลังส่วนกลางที่มีลักษณะสำคัญๆเหมือนกัน แทบจะแยกความแตกต่างไม่ได้ เราก็คงจะบอกอะไรไม่ได้มากนักจากชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่ถ้าเป็นชิ้นที่ติดกับกระดูกส่วนคอ กับชิ้นที่ติดกับส่วนหลัง จะมีความแตกต่างพอให้เราระบุตำแหน่งของมันได้) เท่านี้ ผมก็คิดว่าคำถามที่ผมสงสัยมานานน่าจะมีทางไปสู่คำตอบแล้วครับ อ้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ต้องเอาไปเทียบกับข้อมูลของไดโนเสาร์ตัวอื่นๆต่อนะครับ

สำหรับผม ไม่จำเป็นต้องเป็นการค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่หรอกครับที่ทำให้ผมตื่นเต้นได้ แค่การค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ลักษณะใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนชื่อของไดโนเสาร์นี่ ก็สุดๆแล้ว ^__^

 

ภาพประกอบจาก http://svpow.com/2007/11/10/tutorial-4-laminae/

จากภาพประกอบ เส้นสีแดงในรูปคือ lamina หรือสันที่เชื่อมส่วนต่างๆของกระดูกสันหลังครับ เช่น SPRL เชื่อม prezygapophysis กับ neural spine ว่าแต่ ผมก็ไม่ทราบว่าแปลเป็นไทยว่ายังไงนะครับ  เพราะยังไม่เคยเห็นคำแปลแฮะ >.,<

laminae

ไทรันโนไททัน ยักษ์ใหญ่จากอาเจนติน่า

มันเป็นความตื่นเต้นเล็กๆเมื่อหลายคืนก่อนครับ ขณะที่ผมกำลังจะหลับ ก็ได้เข้าไปเชคกรุปหนึ่งในเฟส แล้วก็พบเปเปอร์อันนึงของปี2014 พูดถึงไดโนเสาร์กินเนื้อจากอาร์เจนติน่าชื่อTyrannotitan เจ้าตัวนี้มีรายงานการวิจัย”คร่าวๆ”ออกมาเมื่อปี2005 และแน่นอน ผมก็รองานวิจัยฉบับสมบูรณ์ของมันนี่แหละครับ รอมานานแล้ว ฮ่าา ตอนแรกที่เห็นหัวข้อนี่แทบกรี๊ด

ไทรันโนไททัน เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มคาร์คาโรดอนโตซอร์หรือที่แปลว่าสัตว์เลื้อยคลานฟันฉลาม (Carcharodontosaurs = shark – tooth reptiles) เป็นสัตว์กินเนื้อขนาดกลางถึงใหญ่ บางชนิดมีขนาดพอๆกับทีเร็กซ์หรือใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ไดโนเสาร์กลุ่มนี้ถูกพบครั้งแรกในทวีฟแอฟริกาโดยนักวิจัยชาวเยอรมัน หลังจากนั้นก็มีการค้นพบทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป จีน และที่สำคัญ มีรายงานการค้นพบในบ้านเราด้วย โดยในปี2011มีรายงานการค้นพบชิ้นส่วนกะโหลกและกระดูกสันหลังของสัตว์กลุ่มนี้จากจังหวัดนครราชสีมาโดยทีมวิจัยร่วมไทย-ญี่ปุ่น (Azuma et al., 2011) และในปีถัดมาก็มีรายงานการวิจัยชิ้นส่วนกะโหลกคาร์คาโรดอนโตซอร์จากจังหวัดขอนแก่นโดยทีมวิจัยไทย-ฝรั่งเศส (Buffetaut and Suteethorn 2012)

ไดโนเสาร์กลุ่มคาร์คาโรดอนโตซอร์นี้ เดิมทีเคยเข้าใจกันว่าพบเฉพาะในซีกโลกใต้เท่านั้น แต่ข้อมูลใหม่ๆในเวลาต่อมาบ่งบอกว่าเราสามารถพบพวกมันได้เกือบทั่วทุกทวีป ข้อมูลความรู้เหล่านี้สามารถนำมาใช้ศึกษาความเชื่อมโยงของแผ่นผืนทวีปในบรรพกาลได้ครับ

 

Tyrannotitan Canale et al 2014

ภาพกะโหลก Tyrannotitan, Canale et al., 2014

 

อ้างอิง:

Azuma, Y., Jintasakul, P., Shibata, M., Hanta, R., and Thasod, Y. 2011. New carcharodontosaurian theropod materials from the Lower Cretaceous Khok Kruat Formation in northeastern Thailand. In: World Conference on Paleontology and Stratigraphy, Program and Abstracts. Nakhon Ratchasima Rajabhat University, Nakhon Ratchasima, 5.

Buffetaut, E., and Suteethorn, V. 2012. A carcharodontid theropod (Dinosauria,Saurischia) from the Sao Khua Formation (Early Cretaceous, Barremian) of Thailand. Pp. 27 – 29 in Royo-Torres, R., Gascó, F. and Alcalá, L., coord. 10th Annual Meeting of the European Association of Vertebrate Palaeontologists. ¡Fundamental! 20: 1–290.

Canale, J. I., Novas, F. E., Pol, D. 2014. Osteology and phylogenetic relationships of Tyrannotitan chubutensis Novas, de Valais, Vickers-Rich and Rich, 2005 (Theropoda: Carcharodontosauridae) from the Lower Cretaceous of Patagonia, Argentina. Historical Biology

กว่าจะมาเป็นนักบรรพชีวิน(แบบผม) ๑)

กว่าจะมาเป็นนักบรรพชีวิน(แบบผม) ๑)

ขออนุญาตบ่นเรื่องราวชีวิต โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเรียนและการวิจัยในสายงานด้านบรรพชีวินของผมนะครับ ที่มีทั้งความสุขปนเศร้าและกังวล และหลายๆอย่าง ฮ่าๆ ชีวิตนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ กว่าที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และกว่าจะทำได้ตามเป้าที่วางไว้ในแต่ละขั้นตอนของชีวิต นึกถึงเพลงของบอดี้สแลมท่อนนี้แฮะ “ชีวิตทำไมยากเย็นขนาดนั้น สองมือจะมีเรี่ยวแรงขนาดไหน แต่หัวใจของคน ยังยืนยันจะไม่ถอดใจ…” เอิ๊กๆ

ขอข้ามไปตอนที่ผมหาที่เรียนต่อปอเอกก่อนเลยนะครับ เพราะเพิ่งสดๆร้อนๆ

หลังจากฝ่าฟันจนอาจารย์รับทำเอก ปัญหาต่อไปคือหัวข้อทีสิส อาจารย์ท่านเชี่่ยวด้านสัตว์เลื้อยคลานในทะเล กับการศึกษาไดโนเสาร์โดยใช้เทคนิก bone histology ส่วนผมสนใจและอยากศึกษาพวกไดโนเสาร์กินเนื้อเน้นวิธีโบราณคือดูกายวิภาคเป็นส่วนใหญ่บวกกับการศึกษาสายวิวัฒนาการ(phylogeny) แต่ด้วยความที่โม้แกไว้เยอะเรื่องสัตว์เลื้อคลานในทะเลจากเมืองไทย ด้วยหวังอยากให้แกรับๆผมไว้ก่อน หัวข้อไว้ทีหลัง แต่จารย์ดันสนใจหัวข้อนี้ขึ้นมาจริงๆ คราวนี้ก็เลยต้องไปไฝว้กันล่ะครับ ผมก็ยืนยันความต้องการของผมไป จารย์ก็พอเข้าใจเพียงแต่ยังไม่เห็นภาพ เลยให้เวลาผมไปสองอาทิตย์ เขียนเค้าโครงงานวิจัยมาสองหน้า แล้วมาคุยกัน

ค่อนข้างเครียดและกดดันมาสักพักใหญ่ๆ แต่ผมมีข้อมูลแน่นปึ๊ก โดยเฉพาะจากบันทึกเล่มเก่าสมัยปอตรี ไม่นึกว่ามันจะยังมีประโยชน์และสามารถช่วยชีวิตผมได้อีกในเวลาเกือบเจ็ดแปดปีให้หลัง ต้องขอบคุณบรรดาอาจารย์ รุ่นพี่ และทีมงานสมัยนั้นที่ให้โอกาสผมเข้าไปลูบๆคลำๆฟอซซิลที่กาฬสินธุ์ รวมถึงตัวผมเองที่บ้าดูและบ้าจดๆๆๆทุกอย่างที่เห็นและคิดว่าน่าสนใจ 

สรุปครับ ก็ผ่านมาอีกด่านหนึ่งของชีวิต อาจารย์ก็โอเคที่จะให้ผมศึกษาไดโนเสาร์กินเนื้อครับ ก้าวเล็กๆแต่สำคัญ สามสี่ปีต่อจากนี้ ถ้าได้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบก็คงทรมานแย่เนอะ 

Godzilla Phylogeny

Short note on Godzilla phylogenetic tree

แผนผังวิวัฒนาการของก๊อดซิลล่า

๑) ก็อดจิฉบับปี 1954 (ตัวขวาสุดในรูป) คือไดโนเสาร์โบราณกลายพันธุ์จากการทดลองนิวเคลียร์ และน่าจะเป็นไดโนเสาร์กลุ่ม ceratosaurs เพราะมีขาหน้าสี่นิ้ว และมีเกล็ดขนาดใหญ่ที่หลัง ซึ่งในก็อดซิลล่า ได้พัฒนาไปเป็นกระโดงหลัง

๒) ก็อดซิลล่าฉบับ 1998 หรือที่เรียกกันว่าซิลล่า (ตัวซ้ายสุด) เป็นอิกัวน่ากลายพันธุ์ครับ อิกัวน่าถูกจัดอยู่ใน Lepidosauria ซึ่งรวมถึงพวกกิ้งก่า จิ้งจก ตะกวด และงู

๓) ก๊อดซิลล่าฉบับปี 2014 (ตัวกลาง) นักวิจัยท่านยังแตกเป็นสองเสียงครับ ว่าจะเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่วิวัฒน์มาทางสายไดโนเสาร์ (กลุ่มceratosaurs)แบบเดียวกับตัวดั้งเดิมของทางญี่ปุ่น หรือมาจากสายจระเข้(โบราณ) จากหลักฐานคือ การใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเป็นส่วนมาก เกล็ดที่หลังคอคล้ายกับของอลิเกเตอร์ กระโดงหลังที่พัฒนามาจากเกล็ดหลังซึ่งพบได้ทั่วไปในสัตว์กลุ่มจระเข้ ขาหน้ามีสี่นิ้ว ซึ่งในกลุ่มสายจระเข้นี้ มีหลายชนิดด้วยกันที่พัฒนาจนเดินสองขาและมีขายื่นออกมารับน้ำหนักใต้ลำตัวแบบไดโนเสาร์เช่นกันครับ

Godji phylogeny

ที่มาภาพ:

http://fc01.deviantart.net/fs70/i/2014/126/e/4/zilla__gino__godzilla_1998__skeleton_by_franz_josef73-d7h8dxo.jpg

http://piratevinyldecals.com/wps/wp-content/uploads/2014/03/Godzilla-PV208.png

http://farm8.staticflickr.com/7408/11721027043_8dc32f4198_o.jpg

facebook.com/photo.php?fbid=10152097944155593&set=a.10152002073560593.883493.748570592&type=1&theater

Deinocheirus (มืออันหน้าสะพรึงกลัว)

ตอนเด็กๆเคยอ่านสารคดีเกี่ยวกับกรงเล็บปริศนาของ ไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง เป็นฟอซซิลกระดูกขาหน้าที่ยาวประมาณสองเมตรครึ่ง ชื่อเจ้าของขาหน้านี้คือ Deinocheirus (แปลว่า มืออันหน้าสะพรึงกลัว) อยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (ornithomimosaurs)ขนาดใหญ่ ถูก ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1965 ในทะเลทรายโกบี ประเทศมองโกเลีย สิ่งที่ชวนสงสัยคือ หน้าตาของเจ้าDeinocheirusเนี่ย เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเราพบเพียงแค่ขาหน้าของมันเท่านั้น (ภายหลังมีการค้นพบชิ้นส่วนอื่นๆเพิ่มเติม รวมถึงกะโหลกด้วย แต่น่าเสียดายที่ส่วนของกะโหลกนั้นได้ถูกขโมยออกไป)

แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นก็คือ ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนกะโหลกที่ถูกขโมยไปนี่แหละครับ ซึ่งมันมีขนาดพอๆกับขาหน้าและชิ้นส่วนอื่นๆ นักวิจัยจึงแน่ใจว่าพวกเขาได้พบกะโหลกที่ถูกขโมยไปของเจ้าของกรงเล็บปริศนา นี่เข้าให้แล้ว และความไม่ธรรมดาของมันนอกจากจะอยู่ที่ขาหน้าที่ใหญ่โตมโหฬาร บนรูปร่างที่คล้ายนกกระจอกเทศแล้ว กะโหลกของมันก็มีลักษณะประหลาดคือปากมีรูปร่างคล้ายกับปากของไดโนเสาร์ปาก เป็ด(hadrosaurs)! นั่นคือมองผิวเผินอาจจะนึกว่าเป็นกะโหลกของไดโนเสาร์ปากเป็ดก็เป็นได้!!

สำหรับตอนนี้ก็ทำได้แค่รอรายงานการวิจัยออกมานี่ล่ะครับ แหม่^^

http://www.newscientist.com/article/dn25551-stolen-dinosaur-head-reveals-weird-hybrid-species.html#.U3JlHoGSz_D

Image

ภาพกะโหลกของDeinocheirus http://tremendouslyimpressive.wordpress.com/2014/05/06/a-deinocheirus-skull/

Image

ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนเพิ่มเติม http://tremendouslyimpressive.wordpress.com/2013/11/16/new-deinocheirus-discoveries/