ไดโน่จากจีน

ไดโน่จากจีนและความตื่นเต้นประจำวันของผม

มันเป็นหนังสือรายงานการวิจัยไดโนเสาร์จากจีนตัวหนึ่งครับ ออกมาเมื่อปี1998 เมื่อคืนผมนั่งหาไฟล์มันอยู่ทั้งคืน ก็มีแต่ให้สั่งซื้อ (30-40ยูโรแน่ะ) ไม่มีให้โหลดฟรี กรุ๊ปในเฟสก็ไม่เห็นมีคนเอามาปล่อยแฮะ ก็คิดๆอยู่ว่าเอาไงดี
พอวันนี้ที่ห้องแลบ เดินๆดูชั้นหนังสือที่เป็นโซนงานวิจัยเก่าๆจากจีนซึ่งปกติผมก็ชอบมาเดินดูเล่นๆอยู่แล้ว แล้วก็บังเอิญเจอเจ้าเล่มที่หาอยู่พอดีนี่แหละครับ แทบกรี๊ด >___< ทำไมปกติไม่เคยเห็นเจ้าเล่มนี้มาก่อนเลยนะ

ปล แต่มันเป็นภาษาจีน Y_______Y

yangchuan

Sinraptor ‘Yangchuanosaurus’ hepingensis : a sinraptorid from the Late Jurassic, Sichuan Basin, China.

กระดูกสันหลังชิ้นที่เท่าไหร่?

บันทึกชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกสาขาบรรพชีวินวิทยา ณ ดินแดนเยอรมัน ๑)

เมื่อวานนั่งอ่านรายงานวิจัยอันนึงเกี่ยวกับ pneumaticity หรือลักษณะการมีร่องหรือโพรงที่กระดูกสันหลังของไดโนเสาร์คอยาวซอโรพอด รวมถึงไดโนเสาร์กินเนื้อเทอโรพอดและนกครับ อ่านไปๆก็ต้องตื่นเต้นสุดขีด เมื่อข้อมูลบางอย่างในนั้นจะสามารถช่วยไขปัญหางานวิจัยสมัยปริญญาตรีของผมได้ ซึ่งงานปริญญาตรีของผมอันนั้นผมเคยเข้าใจว่า คำถามนั้นคงจะไม่สามารถหาคำตอบได้แน่ๆ

งานวิจัยปริญญาตรีของผม สมัยเรียนสาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ผมศึกษากระดูกสันหลังไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยกระดูกสันหลังห้าชิ้น บทสรุปหนึ่งที่ได้คือ มันคือ mid-dorsal vertebrae นั่นคือมันอยู่ตำแหน่งตรงกลางๆของกระดูกสันหลังส่วนหลัง ไม่สามรถระบุได้ลึกกว่านี้ว่าเป็นชิ้นที่เท่าไหร่

งานวิจัยปริญญาตรีชิ้นนี้ก็เป็นงานต่อเนื่องมาจนถึงงานวิจัยปริญญาโทของผม ณ มหาวิทยาลัย LMU กรุงมิวนิคครับ แต่คำถามนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป ผมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์กินเนื้อที่นี่คนนึง เขาก็บอกว่าคงไม่สามารถระบุแน่ชัดลงไปได้ (จริงๆส่วนหนึ่งคือเขาไม่ได้เห็นชิ้นตัวอย่าง และไม่ได้ใช้เวลามากพอ ไม่งั้นอาจจะพอบอกได้ก็ได้ครับ) ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นก็บอก อืมๆ โอเค สรุปไปว่า mid-dorsal แหละ แค่นี้ก็พอแล้ว  >___<

จนเมื่อวาน ผมนั่งอ่านเอกสารไป ก็เจอข้อมูลที่ว่า ลักษณะบางอย่างของ lamina หรือสันที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆในกระดูกสันหลังนั้น พอจะสามารถบอกตำแหน่งของกระดูกสันหลังได้ เพราะมันมีความแตกต่าง เช่น ในกระดูกชิ้นที่สี่กับห้า จะมีการเรียงตัวของเจ้าสันนี้แตกต่างกัน และโชคดีที่กระดูกสันหลังห้าชิ้นที่ผมศึกษานั้น มีความแตกต่างระดับหนึ่งของชิ้นหน้าและชิ้นหลัง น่าจะใช้นำมาแยกแยะความแตกต่างได้ (นึกภาพว่า ถ้าทั้งหมดเป็นกระดูกสันหลังส่วนกลางที่มีลักษณะสำคัญๆเหมือนกัน แทบจะแยกความแตกต่างไม่ได้ เราก็คงจะบอกอะไรไม่ได้มากนักจากชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่ถ้าเป็นชิ้นที่ติดกับกระดูกส่วนคอ กับชิ้นที่ติดกับส่วนหลัง จะมีความแตกต่างพอให้เราระบุตำแหน่งของมันได้) เท่านี้ ผมก็คิดว่าคำถามที่ผมสงสัยมานานน่าจะมีทางไปสู่คำตอบแล้วครับ อ้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ต้องเอาไปเทียบกับข้อมูลของไดโนเสาร์ตัวอื่นๆต่อนะครับ

สำหรับผม ไม่จำเป็นต้องเป็นการค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่หรอกครับที่ทำให้ผมตื่นเต้นได้ แค่การค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ลักษณะใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนชื่อของไดโนเสาร์นี่ ก็สุดๆแล้ว ^__^

 

ภาพประกอบจาก http://svpow.com/2007/11/10/tutorial-4-laminae/

จากภาพประกอบ เส้นสีแดงในรูปคือ lamina หรือสันที่เชื่อมส่วนต่างๆของกระดูกสันหลังครับ เช่น SPRL เชื่อม prezygapophysis กับ neural spine ว่าแต่ ผมก็ไม่ทราบว่าแปลเป็นไทยว่ายังไงนะครับ  เพราะยังไม่เคยเห็นคำแปลแฮะ >.,<

laminae

ไทรันโนไททัน ยักษ์ใหญ่จากอาเจนติน่า

มันเป็นความตื่นเต้นเล็กๆเมื่อหลายคืนก่อนครับ ขณะที่ผมกำลังจะหลับ ก็ได้เข้าไปเชคกรุปหนึ่งในเฟส แล้วก็พบเปเปอร์อันนึงของปี2014 พูดถึงไดโนเสาร์กินเนื้อจากอาร์เจนติน่าชื่อTyrannotitan เจ้าตัวนี้มีรายงานการวิจัย”คร่าวๆ”ออกมาเมื่อปี2005 และแน่นอน ผมก็รองานวิจัยฉบับสมบูรณ์ของมันนี่แหละครับ รอมานานแล้ว ฮ่าา ตอนแรกที่เห็นหัวข้อนี่แทบกรี๊ด

ไทรันโนไททัน เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มคาร์คาโรดอนโตซอร์หรือที่แปลว่าสัตว์เลื้อยคลานฟันฉลาม (Carcharodontosaurs = shark – tooth reptiles) เป็นสัตว์กินเนื้อขนาดกลางถึงใหญ่ บางชนิดมีขนาดพอๆกับทีเร็กซ์หรือใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ไดโนเสาร์กลุ่มนี้ถูกพบครั้งแรกในทวีฟแอฟริกาโดยนักวิจัยชาวเยอรมัน หลังจากนั้นก็มีการค้นพบทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป จีน และที่สำคัญ มีรายงานการค้นพบในบ้านเราด้วย โดยในปี2011มีรายงานการค้นพบชิ้นส่วนกะโหลกและกระดูกสันหลังของสัตว์กลุ่มนี้จากจังหวัดนครราชสีมาโดยทีมวิจัยร่วมไทย-ญี่ปุ่น (Azuma et al., 2011) และในปีถัดมาก็มีรายงานการวิจัยชิ้นส่วนกะโหลกคาร์คาโรดอนโตซอร์จากจังหวัดขอนแก่นโดยทีมวิจัยไทย-ฝรั่งเศส (Buffetaut and Suteethorn 2012)

ไดโนเสาร์กลุ่มคาร์คาโรดอนโตซอร์นี้ เดิมทีเคยเข้าใจกันว่าพบเฉพาะในซีกโลกใต้เท่านั้น แต่ข้อมูลใหม่ๆในเวลาต่อมาบ่งบอกว่าเราสามารถพบพวกมันได้เกือบทั่วทุกทวีป ข้อมูลความรู้เหล่านี้สามารถนำมาใช้ศึกษาความเชื่อมโยงของแผ่นผืนทวีปในบรรพกาลได้ครับ

 

Tyrannotitan Canale et al 2014

ภาพกะโหลก Tyrannotitan, Canale et al., 2014

 

อ้างอิง:

Azuma, Y., Jintasakul, P., Shibata, M., Hanta, R., and Thasod, Y. 2011. New carcharodontosaurian theropod materials from the Lower Cretaceous Khok Kruat Formation in northeastern Thailand. In: World Conference on Paleontology and Stratigraphy, Program and Abstracts. Nakhon Ratchasima Rajabhat University, Nakhon Ratchasima, 5.

Buffetaut, E., and Suteethorn, V. 2012. A carcharodontid theropod (Dinosauria,Saurischia) from the Sao Khua Formation (Early Cretaceous, Barremian) of Thailand. Pp. 27 – 29 in Royo-Torres, R., Gascó, F. and Alcalá, L., coord. 10th Annual Meeting of the European Association of Vertebrate Palaeontologists. ¡Fundamental! 20: 1–290.

Canale, J. I., Novas, F. E., Pol, D. 2014. Osteology and phylogenetic relationships of Tyrannotitan chubutensis Novas, de Valais, Vickers-Rich and Rich, 2005 (Theropoda: Carcharodontosauridae) from the Lower Cretaceous of Patagonia, Argentina. Historical Biology

กว่าจะมาเป็นนักบรรพชีวิน(แบบผม) ๑)

กว่าจะมาเป็นนักบรรพชีวิน(แบบผม) ๑)

ขออนุญาตบ่นเรื่องราวชีวิต โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเรียนและการวิจัยในสายงานด้านบรรพชีวินของผมนะครับ ที่มีทั้งความสุขปนเศร้าและกังวล และหลายๆอย่าง ฮ่าๆ ชีวิตนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ กว่าที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และกว่าจะทำได้ตามเป้าที่วางไว้ในแต่ละขั้นตอนของชีวิต นึกถึงเพลงของบอดี้สแลมท่อนนี้แฮะ “ชีวิตทำไมยากเย็นขนาดนั้น สองมือจะมีเรี่ยวแรงขนาดไหน แต่หัวใจของคน ยังยืนยันจะไม่ถอดใจ…” เอิ๊กๆ

ขอข้ามไปตอนที่ผมหาที่เรียนต่อปอเอกก่อนเลยนะครับ เพราะเพิ่งสดๆร้อนๆ

หลังจากฝ่าฟันจนอาจารย์รับทำเอก ปัญหาต่อไปคือหัวข้อทีสิส อาจารย์ท่านเชี่่ยวด้านสัตว์เลื้อยคลานในทะเล กับการศึกษาไดโนเสาร์โดยใช้เทคนิก bone histology ส่วนผมสนใจและอยากศึกษาพวกไดโนเสาร์กินเนื้อเน้นวิธีโบราณคือดูกายวิภาคเป็นส่วนใหญ่บวกกับการศึกษาสายวิวัฒนาการ(phylogeny) แต่ด้วยความที่โม้แกไว้เยอะเรื่องสัตว์เลื้อคลานในทะเลจากเมืองไทย ด้วยหวังอยากให้แกรับๆผมไว้ก่อน หัวข้อไว้ทีหลัง แต่จารย์ดันสนใจหัวข้อนี้ขึ้นมาจริงๆ คราวนี้ก็เลยต้องไปไฝว้กันล่ะครับ ผมก็ยืนยันความต้องการของผมไป จารย์ก็พอเข้าใจเพียงแต่ยังไม่เห็นภาพ เลยให้เวลาผมไปสองอาทิตย์ เขียนเค้าโครงงานวิจัยมาสองหน้า แล้วมาคุยกัน

ค่อนข้างเครียดและกดดันมาสักพักใหญ่ๆ แต่ผมมีข้อมูลแน่นปึ๊ก โดยเฉพาะจากบันทึกเล่มเก่าสมัยปอตรี ไม่นึกว่ามันจะยังมีประโยชน์และสามารถช่วยชีวิตผมได้อีกในเวลาเกือบเจ็ดแปดปีให้หลัง ต้องขอบคุณบรรดาอาจารย์ รุ่นพี่ และทีมงานสมัยนั้นที่ให้โอกาสผมเข้าไปลูบๆคลำๆฟอซซิลที่กาฬสินธุ์ รวมถึงตัวผมเองที่บ้าดูและบ้าจดๆๆๆทุกอย่างที่เห็นและคิดว่าน่าสนใจ 

สรุปครับ ก็ผ่านมาอีกด่านหนึ่งของชีวิต อาจารย์ก็โอเคที่จะให้ผมศึกษาไดโนเสาร์กินเนื้อครับ ก้าวเล็กๆแต่สำคัญ สามสี่ปีต่อจากนี้ ถ้าได้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบก็คงทรมานแย่เนอะ 

Godzilla Phylogeny

Short note on Godzilla phylogenetic tree

แผนผังวิวัฒนาการของก๊อดซิลล่า

๑) ก็อดจิฉบับปี 1954 (ตัวขวาสุดในรูป) คือไดโนเสาร์โบราณกลายพันธุ์จากการทดลองนิวเคลียร์ และน่าจะเป็นไดโนเสาร์กลุ่ม ceratosaurs เพราะมีขาหน้าสี่นิ้ว และมีเกล็ดขนาดใหญ่ที่หลัง ซึ่งในก็อดซิลล่า ได้พัฒนาไปเป็นกระโดงหลัง

๒) ก็อดซิลล่าฉบับ 1998 หรือที่เรียกกันว่าซิลล่า (ตัวซ้ายสุด) เป็นอิกัวน่ากลายพันธุ์ครับ อิกัวน่าถูกจัดอยู่ใน Lepidosauria ซึ่งรวมถึงพวกกิ้งก่า จิ้งจก ตะกวด และงู

๓) ก๊อดซิลล่าฉบับปี 2014 (ตัวกลาง) นักวิจัยท่านยังแตกเป็นสองเสียงครับ ว่าจะเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่วิวัฒน์มาทางสายไดโนเสาร์ (กลุ่มceratosaurs)แบบเดียวกับตัวดั้งเดิมของทางญี่ปุ่น หรือมาจากสายจระเข้(โบราณ) จากหลักฐานคือ การใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเป็นส่วนมาก เกล็ดที่หลังคอคล้ายกับของอลิเกเตอร์ กระโดงหลังที่พัฒนามาจากเกล็ดหลังซึ่งพบได้ทั่วไปในสัตว์กลุ่มจระเข้ ขาหน้ามีสี่นิ้ว ซึ่งในกลุ่มสายจระเข้นี้ มีหลายชนิดด้วยกันที่พัฒนาจนเดินสองขาและมีขายื่นออกมารับน้ำหนักใต้ลำตัวแบบไดโนเสาร์เช่นกันครับ

Godji phylogeny

ที่มาภาพ:

http://fc01.deviantart.net/fs70/i/2014/126/e/4/zilla__gino__godzilla_1998__skeleton_by_franz_josef73-d7h8dxo.jpg

http://piratevinyldecals.com/wps/wp-content/uploads/2014/03/Godzilla-PV208.png

http://farm8.staticflickr.com/7408/11721027043_8dc32f4198_o.jpg

facebook.com/photo.php?fbid=10152097944155593&set=a.10152002073560593.883493.748570592&type=1&theater

Deinocheirus (มืออันหน้าสะพรึงกลัว)

ตอนเด็กๆเคยอ่านสารคดีเกี่ยวกับกรงเล็บปริศนาของ ไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง เป็นฟอซซิลกระดูกขาหน้าที่ยาวประมาณสองเมตรครึ่ง ชื่อเจ้าของขาหน้านี้คือ Deinocheirus (แปลว่า มืออันหน้าสะพรึงกลัว) อยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ (ornithomimosaurs)ขนาดใหญ่ ถูก ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1965 ในทะเลทรายโกบี ประเทศมองโกเลีย สิ่งที่ชวนสงสัยคือ หน้าตาของเจ้าDeinocheirusเนี่ย เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเราพบเพียงแค่ขาหน้าของมันเท่านั้น (ภายหลังมีการค้นพบชิ้นส่วนอื่นๆเพิ่มเติม รวมถึงกะโหลกด้วย แต่น่าเสียดายที่ส่วนของกะโหลกนั้นได้ถูกขโมยออกไป)

แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นก็คือ ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนกะโหลกที่ถูกขโมยไปนี่แหละครับ ซึ่งมันมีขนาดพอๆกับขาหน้าและชิ้นส่วนอื่นๆ นักวิจัยจึงแน่ใจว่าพวกเขาได้พบกะโหลกที่ถูกขโมยไปของเจ้าของกรงเล็บปริศนา นี่เข้าให้แล้ว และความไม่ธรรมดาของมันนอกจากจะอยู่ที่ขาหน้าที่ใหญ่โตมโหฬาร บนรูปร่างที่คล้ายนกกระจอกเทศแล้ว กะโหลกของมันก็มีลักษณะประหลาดคือปากมีรูปร่างคล้ายกับปากของไดโนเสาร์ปาก เป็ด(hadrosaurs)! นั่นคือมองผิวเผินอาจจะนึกว่าเป็นกะโหลกของไดโนเสาร์ปากเป็ดก็เป็นได้!!

สำหรับตอนนี้ก็ทำได้แค่รอรายงานการวิจัยออกมานี่ล่ะครับ แหม่^^

http://www.newscientist.com/article/dn25551-stolen-dinosaur-head-reveals-weird-hybrid-species.html#.U3JlHoGSz_D

Image

ภาพกะโหลกของDeinocheirus http://tremendouslyimpressive.wordpress.com/2014/05/06/a-deinocheirus-skull/

Image

ข่าวการค้นพบชิ้นส่วนเพิ่มเติม http://tremendouslyimpressive.wordpress.com/2013/11/16/new-deinocheirus-discoveries/

 

ทำไมสนใจเรียนด้านไดโนเสาร์

ทำไมสนใจเรียนด้านไดโนเสาร์ ทำไมสนใจศึกษาไดโนเสาร์ เป็นคำถามที่ผมถูกถามอยู่บ่อยๆ แต่คำตอบนั้นไม่สามารถตอบได้ในไม่กี่ประโยค เพราะจริงๆมันเป็นผลพวงยาวนาน ตั้งแต่ตอนผมเด็กๆเลยครับ และแน่นอน ไม่ใช่เพราะภาพยนตร์เรื่องจูราสสิก ปาร์ค หรือก๊อดซิลล่าแน่ๆที่ทำให้ผมหันมาเอาดีทางด้านนี้ (แต่ก็มีส่วนนะครับในแง่นึง เดี๋ยวผมจะเล่าต่อไป^^)

ตอนเด็กๆผมชอบดูอุลตร้าแมน ก็อดซิลล่า ขบวนการห้าสี การ์ตูนพวกนี้ทำให้ผมเริ่มหยิบจับปากกามาวาดรูปเป็นครั้งแรก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมก็ชอบวาดรูปและอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน พอโตหน่อยก็นึกถึงว่า เอ เรียนสถาปัตย์ดีมั้ยนะ?

ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งผมชอบดูรายการสารคดีสัตว์โลก ที่ปลื้มมากๆก็เช่น สตีฟ เออร์วินแห่ง crocodile hunter โดยผมเน้นไปสนใจทางด้านสัตว์มากกว่าสิ่งอื่น อาจเป็นเพราะพ่อผมชอบพาไปเที่ยวสวนสัตว์ด้วยก็เป็นได้

ประจวบเหมาะกับตอน ม.ปลายได้มีโอกาสไปเข้าค่าย สอวน.ชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) เป็นการเปิดโลกให้ผมได้ค้นพบตัวตนทั้งความชอบและความถนัด ได้เห็นว่าพวกอาจารย์มหาวิทยาลัยเขาทำอะไรกัน งานด้านชีววิทยามีอะไรบ้าง และไปถึงไหนกันแล้ว และในช่วงนั้น เพื่อนผมคนหนึ่งได้ทุนไปต่างประเทศ(คือประเทศเยอรมนี) นั่นจึงเป็นการจุดประกายการอยากไปเรียนต่างประเทศ(โดยเฉพาะเยอรมนี><)ของผมเป็นครั้งแรก และหนทางนึงก็คือเรียนด้านวิทยาศาสตร์นี่แหละ เพราะมันน่าจะมีทุนเยอะนะ เด็กบ้านนอกอย่างผมคิดในสมัยนั้น

ช่วงเอนทรานซ์ ผมนั่งคิดวิเคราะห์ ๑) ผมชอบวาดรูป แต่จะไม่เรียนด้านศิลปะแน่ๆ เพราะแข่งขันสูง เลี้ยงตัวยาก และผมอยากทำงานที่มีคุณค่าของมัน ในตัวมันเอง ไม่ใช่คุณค่าที่ได้มาจากลูกค้า ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบงานของเรา ๒) ผมชอบและถนัดด้านชีวะ

ตัวเลือกของผมจึงมี สถาปัตย์ สัตวแพทย์ และชีววิทยา ผมตัดสถาปัตย์ออกเพราะ เช่นเดิม แข่งขันสูงแน่ๆ (แต่จริงๆสายไหนๆก็แข่งขันสูงเนอะ^^) และงานก็ต้องตามใจลูกค้าซึ่งผมไม่ชอบ(อีกครั้ง ตามความเข้าใจของเด็กม.ปลายบ้านนอก ณ ขณะนั้นนะครับ^^) ผมตัดสัตวแพทย์ออก เพราะผมไม่อยากอยู่กับสัตว์ป่วย เหลือชีววิทยา ผมจะได้ศึกษาสัตว์และได้วาดรูป(ประกอบการศึกษาและวิจัย) และโอกาสหาทุนไปต่างประเทศ (โตขึ้นถึงได้รู้ว่าสาขาอื่นๆก็มีทุนไม่น้อยเหมือนกัน^^!) ปล คะแนนเอนท์ผมติดหมดทั้งสามคณะของมหาลัยรัฐนะครับ คะแนนผมไม่สูงมากแต่ยังพออยู่ในฐานะผู้เลือกได้ อ้อ ส่วนหมอนั้น ผมไม่ชอบ และโชคดีที่คะแนนไม่ถึงครับ 55

เข้าคณะวิทย์ มหิดล ผมตั้งใจจะเข้าภาคชีววิทยาอยู่แล้ว (ที่คณะวิทย์มหิดลเข้ามาปีแรกยังไม่แยกสาขาครับ เรียนรวมกันก่อนแล้วค่อยแยกตอนปีสอง) พอเข้าภาคไป ผมก็รู้แหละว่าตัวเองชอบสัตว์ ก็ตัดพวกพืช พวกศึกษาเซลล์ทิ้งไป ตอนปิดเทอมเคยไปทำแลบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ไม่เอาอ่ะ อยู่แต่ในห้องแลบไม่ชอบ ปิดเทอมอีกปีนึงมีโอกาสไปเข้าค่ายนิเวศวิทยาทางทะเล อยากเป็นนักวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล แต่พอเอาเข้าจริงก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ทะเลไม่ใช่ที่ที่เรารู้สึกปลอดภัย ขออยู่บนดินได้มั้ย จากนั้นก็ไปช่วยอาจารย์จับนกติดห่วงขา เป็นการศึกษาประชากรและการอพยพ เกือบใช่แล้ว แต่มันต้องตื่นเช้าแถมนกที่อยู่ตรงหน้าเราก็อยู่ไม่นาน เพราะหลังจากติดห่วงแล้วก็ต้องปล่อยไป สุดท้ายอาจารย์ผมเลยส่งผมไปกาฬสินธุ์ครับ ไปดูที่นักวิจัยเขากำลังศึกษาไดโนเสาร์กัน อาจารย์เห็นผมชอบวาดรูป อีกอย่างมันคงเป็นตัวเลือกท้ายๆแล้วมั้ง ถ้าผมยังไม่ชอบอีกจะไปทำอะไรล่ะทีนี้

ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าชอบงานด้านอนุกรมวิธานหรือ taxonomy (สัตว์มีกระดูกสันหลัง/แมลง) ไม่ได้ออกแนวนิเวศวิทยามากนัก(ประมาณช่วงปีสาม/ปีสี่) และผมพบว่า สายงานด้านนี้ในเมืองไทยนั้น มีคนเก่งๆเยอะ โอกาสที่ผมจะก้าวมาอยู่แนวหน้าคงต้องใช้เวลาสะสมความรู้อีกหลายปี เช่น บ้านเรามีคนรู้เรื่อง กบ งู นก แมลง ปลาเยอะมากครับ ในขณะที่งานวิจัยด้านไดโนเสาร์นั้นบ้านเรายังขาดคนอยู่

ผมในฐานะเด็กใต้ พอจะรู้ว่าเมืองไทยมีไดโนเสาร์ แต่ไม่เคยรู้ว่าสาขานี้ ยัง”มีชีวิต”อยู่และกำลังเติบโตจนเมื่อผมได้ไปเห้นกับตานี่แหละครับ เอาเข้าจริงตอน ม.ปลายกับตอน ป.ตรีปีหนึ่งผมก็แอบสนใจด้านนี้นะ เพียงแต่คิดว่าบ้านเราคงไม่มีการค้นพบอะไรใหม่ๆแล้ว เชยจริง^^!

AR-140519499

ภาพประกอบ พี่ก๊อดจิในหมูเกาะบิกินี่ช่วงประมาณปี 1945 ภาพจากอินเตอร์เนทครับ (จำเวปไซต์มิได้><!)